เราไม่เคยมีโอกาสได้พบรักแท้จริง คนที่เราจะเรียกว่าแฟนอย่างจริงจัง

เราไม่เคยมีโอกาสได้พบรักแท้จริง คนที่เราจะเรียกว่าแฟนอย่างจริงจัง (ไม่ใช่แค่คำว่าแฟนที่พูดกันเฉยๆ)

เมื่ออายุ 40+ ปี เราเพิ่งตื่นขึ้นมาแล้วรู้ตัวว่า เราไม่เคยมีช่วงวัยหนุ่มสาวอย่างแท้จริงเลย



เราเริ่มเป็นโรคตั้งแต่อายุ 25 ในขณะที่คนอื่นได้ไปเที่ยว เดต และใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในวัยรุ่น เรากลับต้องเผชิญกับโรคทางจิตใจ สุขภาพจิตของเราพังราวกับอาคารเก่าในซอยเปลี่ยว

เวลาส่วนใหญ่ผ่านไปกับความคิดว่า
“เราผิดพลาดอะไรถึงได้มาเป็นแบบนี้”

แต่เรายังมีความหวัง เราหวังทุกวันว่าวันหนึ่งจะดีขึ้น จะออกจากวงจรนี้ให้ได้

จนกระทั่งพ่อบอกว่า “อย่ามีความรัก”
เรางงกับคำพูดนั้น แต่พ่อบอกว่า ความรักทำให้เราเป็นแบบนี้ ทำให้เราอ่อนแอ ทำให้เราเจ็บปวด ทำให้เราเสียทรง
พ่อเชื่อว่าความรักเป็นพิษสำหรับเรา

ซึ่งนั่นก็ตลกดี เพราะจริงๆ แล้ว เราก็ไม่ได้มีความรักแบบจริงจังมานานแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น เรายังรู้สึกพังอยู่ดี มันไม่ใช่เรื่องของความรัก แต่มันเป็นเรื่องของมุมมองที่เรามีต่อตัวเอง

เราเคยคิดว่าการไม่มีความรักคือความพ่ายแพ้ แต่แท้จริงแล้ว ต่อให้มีความรัก เราก็ยังแพ้ได้ ถ้าเราไม่รู้จักรักตัวเองก่อน

นั่นคือความรักที่เราต้องมีให้ตัวเอง

เราเริ่มจากการชอบตัวเองนิดๆ จากที่เคยด่าตัวเองว่า “เราน่าจะทำได้ดีกว่านี้” เริ่มเปลี่ยนมาเป็น “อย่างน้อยเราก็ตื่นมาสู้ต่อ”
จากที่เคยมองกระจกแล้วเห็นแต่ข้อเสีย เริ่มมองเห็นมุมเท่ๆ ในตัวเอง
จากที่เคยคิดว่าตัวเองไม่ควรได้รับความรัก เริ่มรู้สึกว่า “เราก็ควรได้รับสิ่งดีๆ เหมือนกัน”

แม้ว่าเราเคยประสบความสำเร็จ เคยได้รับรางวัล มีชื่อเสียง และได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง แต่เราไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองชนะจริงๆ จนเมื่อไม่นานมานี้

เราได้ชนะตัวเอง

เราเริ่มรักตัวเองแบบไม่มีเงื่อนไข ไม่ต้องมีใครมายืนยันคุณค่าของเรา
เราไม่ได้ต้องการใครมาเติมเต็มช่องว่าง เพราะเราสามารถเติมเต็มตัวเองได้

คนที่เคยผ่านมาในชีวิต บางคนหายไป บางคนยังอยู่ บางคนกลายเป็นแค่ชื่อในแชตที่เราไม่ได้เปิดดูอีกแล้ว แต่ทั้งหมดยังอยู่ในความทรงจำ
บางคนมาเพื่อเป็นแรงขับให้เราทำงาน เขียนเพลง และสร้างสิ่งใหม่ๆ

เราเข้าใจแล้วว่าคนที่เราต้องรักให้ได้ก่อนทุกอย่าง คือ “ตัวเรา”

เราอาจดูเหมือนไม่สมบูรณ์แบบ
แต่เรากำลังเติบโต และที่สำคัญ เราโอเคดีขึ้นเรื่อยๆ



ความคิดเห็น