เราไปเจอโพสต์หนึ่งในเธรด อ่านแล้ววางมือถือไม่ได้อยู่พักใหญ่

 เราไปเจอโพสต์หนึ่งในเธรด อ่านแล้ววางมือถือไม่ได้อยู่พักใหญ่ เพราะมันทั้งตลก เศร้า และชวนปวดหัวแบบเดียวกับดู Evangelion ตอนโตแล้วกลับไปดูซ้ำแล้วเพิ่งเข้าใจว่า อ๋อ… ที่กูอินตอนนั้น เพราะกูกำลังโดดเดี่ยวเหมือนชินจิ

เรื่องมีอยู่ว่า ผู้ชายคนหนึ่งทุ่มเทหัวใจให้ “ใครบางคน” สี่เดือนเต็ม คุยทุกวัน คิดถึงทุกคืน ลงทุนทางอารมณ์แบบ All in (All in = เอาหมดหน้าตัก ไม่เผื่อใจหนี) แล้ววันหนึ่งก็โดนบล็อกแบบเงียบกริบ ไม่มีเหตุผล ไม่มีคำลา เหมือนโดนธานอสสะบัดนิ้ว ความสัมพันธ์หายวับไปครึ่งจักรวาล
พีคกว่านั้นคือ คนที่เขาคุยด้วยไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่เข้าใจ แต่เป็นผู้ชาย
โคตรพล็อตหนังอินดี้ที่คนดูออกจากโรงแล้วเงียบทั้งแถว
สิ่งที่ทำให้เราอ่านแล้วสะดุดไม่ใช่การโดนหลอก
แต่คือประโยคที่เขาบอกว่า “ผมไม่โกรธเขาเลย”
ตรงนี้แหละที่น่าสนใจมาก
ตามหลักจิตวิทยา คนเราเวลาถูกทำร้าย มักจะมีขั้นตอนทางอารมณ์ เช่น โกรธ ต่อรอง โทษตัวเอง หรือเศร้า (คล้ายๆ stages of grief ของ Kübler-Ross) แต่เคสนี้มันข้ามด่าน “โกรธ” ไปเฉย เหมือนกดสูตรโกงในเกม แล้วไปโผล่ด่านว่างเปล่าแทน
คำว่า “ว่างเปล่า” นี่ไม่ใช่คำเท่ๆ นะ มันคือภาวะที่สมองยังไม่ยอมรับความจริง แต่หัวใจเลิกหวังไปแล้ว นักจิตวิทยาเรียกว่า emotional numbness (อารมณ์ชา เหมือนไม่รู้สึกอะไร) ซึ่งมักเกิดหลังการสูญเสียแบบไม่มีคำอธิบาย
พูดง่ายๆ คือ มึงยังไม่รู้จะโกรธใคร เลยเลือกไม่โกรธใครเลย รวมถึงตัวเอง
หลายคนอาจจะอ่านแล้วด่าในใจว่า “โง่เอง รุกแรงเอง โดนแล้วสมควร”
แต่เราขอพูดตรงๆ แบบสุภาพปนกวนตีนหน่อยว่า คนที่กล้าทุ่ม กล้าอิน กล้ารัก โดยไม่ซ่อนมีดไว้ข้างหลังตัวเอง มันไม่ใช่คนโง่ มันคือคนที่จริงใจกับความรู้สึกตัวเองต่างหาก
ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่การรุกแรง
แต่คือการไม่มี “ขอบเขต” (boundary = เส้นที่เราขีดไว้เพื่อปกป้องใจตัวเอง)
เพราะพอไม่มีเส้น พออีกฝ่ายหายไป ใจก็ไหลตามไปหมด เหมือนฉากโดราเอมอนที่โนบิตะโดนดูดออกสู่อวกาศเพราะลืมปิดประตู
อีกประเด็นที่ควรพูดแบบไม่โลกสวย คือเรื่องการปลอมตัวทางเพศในโลกออนไลน์
อันนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก ปัจจุบันเรียกพฤติกรรมนี้ว่า catfishing (การสร้างตัวตนปลอมเพื่อหลอกให้คนอื่นผูกพันทางอารมณ์) ซึ่งงานวิจัยช่วงหลังชี้ว่า คนที่ทำแบบนี้จำนวนไม่น้อยไม่ได้ต้องการเงิน ไม่ได้ต้องการเซ็กซ์ แต่ต้องการ “การถูกต้องการ” แบบที่ตัวตนจริงไม่เคยได้
ฟังดูน่าสงสารไหม นิดหน่อย
แต่ความน่าสงสารนั้น ไม่ได้ลบล้างความเสียหายที่อีกฝ่ายได้รับ
ในวรรณกรรมคลาสสิก เรื่องแบบนี้มีมาตลอด ตั้งแต่ The Great Gatsby ที่คนหนึ่งสร้างตัวตนใหม่ทั้งชีวิตเพื่อให้ใครสักคนรัก ไปจนถึง Cyrano de Bergerac ที่ยืมเสียง ยืมคำ ยืมหน้าคนอื่นไปจีบคนรัก สุดท้ายความรักที่ตั้งต้นจากความไม่จริง ก็พังด้วยความจริงอยู่ดี
สิ่งที่เราอยากชวนทุกคนคิดคือ
ความเจ็บครั้งแรกในชีวิตรัก มันไม่ใช่บทลงโทษ แต่มันคือบทเรียนภาคบังคับ
ความรักไม่ใช่การทุ่มจนตัวเองหายไป
ความจริงใจต้องมาคู่กับการดูแลใจตัวเอง
ความเงียบ (ghosting = การหายไปโดยไม่อธิบาย) คือคำตอบอย่างหนึ่ง แม้มันจะเป็นคำตอบที่โคตรหยาบ
และที่สำคัญ
การที่เราไม่โกรธใครเลย อาจไม่ใช่เพราะเราเข้มแข็ง
แต่อาจเป็นเพราะเรายังไม่ยอมให้ตัวเองเสียใจให้ครบ
สี่เดือนที่ว่างเปล่า ไม่ได้สูญเปล่า
มันกำลังสอนว่า ความรักที่ดี ไม่ควรทำให้เรารู้สึกเหมือนตัวประกอบในเรื่องของคนอื่น
สุดท้ายนี้ เราไม่ได้เขียนเพื่อซ้ำเติมใคร
แต่เขียนเพื่อบอกทุกคนว่า ถ้าใครกำลังเจออะไรแบบนี้อยู่
มึงไม่ได้โง่
มึงแค่เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่อยากมีความรัก
และนั่นไม่ใช่ความผิดเลยวะเว้ย

ความคิดเห็น