เมื่อก่อนเรานี่ก็เป็นคนหนึ่งที่เรียกได้ว่า นินทาคนอื่นไม่เยอะ…แต่ดุเดือด
เมื่อก่อนเรานี่ก็เป็นคนหนึ่งที่เรียกได้ว่า นินทาคนอื่นไม่เยอะ…แต่ดุเดือด
แบบไม่ใช่สายซุบซิบเบาๆ นะ เป็นสาย “เออ กูรู้เรื่องนี้มา มึงฟังก่อน” แล้วไฟลุกพรึ่บ เหมือนฉากรวมพลอเวนเจอร์ แต่เปลี่ยนจากช่วยโลกเป็นช่วยความสะใจตัวเอง
ตอนนั้นเราคิดว่ามันปกติ
ใครๆ ก็ทำ
แค่คุยแก้เบื่อ
ไม่ได้ไปฆ่าใครสักหน่อย
จนวันหนึ่งชีวิตมันไม่พูดกับเราดีๆ แล้ว
มันเลือก ส่งฝันร้าย มาแทน
ไม่ใช่ฝันร้ายแบบผีโผล่ตุ้งแช่
แต่เป็นฝันที่ตื่นมาแล้วใจมันหนัก
เหมือนมีใครเอาก้อนหินวางไว้กลางอก
ฝันซ้ำๆ บ่อยๆ จนเริ่มรู้สึกว่า เออ…หรือกูทำอะไรไม่ถูกวะ
ตรงนี้แหละที่ต้องอธิบายศัพท์นิดหนึ่ง
คำว่า ฝันร้าย ในเชิงจิตวิทยา มันไม่ใช่เรื่องลี้ลับอะไร
มันคือสมองกำลัง “ประมวลผลความรู้สึกผิด”
(guilt = ความรู้สึกผิดที่สมองยังเคลียร์ไม่จบ)
พูดง่ายๆ คือ ใจเรารู้ก่อนปากเรานานแล้ว
ว่าบางอย่างที่ทำ มันไม่โอเค
แต่ปากยังเถียงอยู่
สุดท้ายเราก็ยอมแพ้
ไม่ใช่แพ้คนอื่น
แพ้ตัวเองนี่แหละ
เราเลิกนินทา
เลิกแบบ เด็ดขาด
ไม่ใช่ลดปริมาณ ไม่ใช่เลือกเป้า
คือเลิกเลย
ตอนแรกก็แปลกนะ
เหมือนชีวิตขาดของว่าง
เหมือนดูหนังแล้วไม่มีซับ ด่าใครในใจไม่ได้
แต่พอผ่านไปสักพัก เราเริ่มรู้สึกว่า
เฮ้ย…สมองมันว่างขึ้นว่ะ
เวลาคุยกับเพื่อน จากที่เคยวนอยู่กับ
“คนนั้นเป็นงั้น คนนี้เป็นงี้”
มันค่อยๆ เปลี่ยนเป็น
งานเป็นยังไง
ไอเดียนี้เวิร์กไหม
ถ้าทำแบบนี้จะดีขึ้นหรือเปล่า
ชีวิตมันเหมือนเปลี่ยนช่องจากละครตบกัน
ไปเป็นสารคดีสร้างโลก
คนดูอาจน้อยลง แต่คุณภาพแม่งคนละเรื่อง
ลองคิดตามเรานะทุกคน
การนินทา คือการ ลงทุนเวลาและพลังงาน
กับชีวิตคนอื่น
โดยที่ ผลตอบแทนเป็นศูนย์
สิ่งเดียวที่ได้คือความสะใจชั่วคราว
ซึ่งเหมือนน้ำอัดลม
ซ่าตอนแรก
แล้วท้องอืดตอนหลัง
วันหนึ่งพอย้อนกลับไปดู
เราไม่เคยภูมิใจเลย
ที่เคยนั่งเมาท์ใครไว้หนักขนาดนั้น
มันไม่ใช่ “ความทรงจำดีๆ”
มันคือ บาดแผลเล็กๆ ที่ฝังอยู่ในใจ
และบางแผล มันจะโผล่มาในฝัน
โดยที่เราไม่ได้ขอ
มนุษย์ทุกคนลึกๆ อยากเป็นคนดี
อันนี้ไม่ต้องอ่านตำราก็รู้
เหมือนตัวร้ายในการ์ตูนหลายเรื่อง
สุดท้ายมันไม่ได้อยากร้าย
มันแค่เลือกทางลัดผิด
การนินทาเองก็เหมือนกัน
มันคือ short-term gratification
(ความพอใจระยะสั้น)
แต่ระยะยาวมันกัดกินความเคารพในตัวเอง
(self-respect = การเคารพตัวเอง)
ถ้าจะเทียบให้เห็นภาพ
มันเหมือนเราเป็นผู้พิพากษา
ทั้งที่ไม่ได้อ่านสำนวนคดี
แล้วดันภูมิใจที่ตัดสินเร็ว
ทั้งที่ความจริงเราไม่รู้อะไรเลย
สรุปข่าวขั้นต้นสำหรับทุกคน
การนินทาไม่ทำให้เราเก่งขึ้น ไม่ฉลาดขึ้น และไม่โตขึ้น
ความสะใจคือรางวัลปลอม มันไม่เคยอยู่กับเรานาน
สมองและใจจะส่งสัญญาณเตือนเอง ถ้าเราฝืนทำสิ่งที่ขัดกับคุณค่าข้างใน
พลังงานที่เอาไปพูดถึงคนอื่น เอามาสร้างชีวิตตัวเอง คุ้มกว่าเยอะ
เราว่าโตจริงไม่ใช่การพูดเก่งขึ้น
แต่คือการ รู้ว่าเรื่องไหนไม่จำเป็นต้องพูด
ทุกคนไม่ต้องเป็นพระ
ไม่ต้องโลกสวย
แค่เลือกไม่เอาความสนุก
ที่ต้องแลกกับความรู้สึกผิดในระยะยาว
แค่นี้ชีวิตก็เบาขึ้นเยอะแล้ว วะ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น