เราเจอคนอกหักทีไร เราบอกตรงๆ ว่าเราสงสารนะ

เราเจอคนอกหักทีไร เราบอกตรงๆ ว่าเราสงสารนะ ไม่ใช่สงสารแบบยืนมองจากยอดเขาแล้วพูดว่า “สู้ๆ” แต่สงสารแบบคนที่เคยคลานอยู่ก้นเหวเดียวกัน เคยผิดหวังซ้ำๆ จนถึงจุดที่คิดจริงจังว่า เออ… หรือกูจะไปบวชดีวะ
ไม่ใช่คิดเล่นนะ คิดถึงขั้นหาวัด เช็กค่าใช้จ่าย ศึกษาว่าต้องเตรียมอะไร แล้วก็แถมแพ็กเกจเสริมคือหาข้อมูลบริจาคร่างกายไว้เรียบร้อย เหมือนวางแผนชีวิตเวอร์ชัน “ปิดระบบ”
ตอนนั้นไม่ใช่ว่าเราเกลียดความรัก แต่เราเหนื่อยกับมัน เหมือนดูหนังดราม่าที่พระเอกโดนยิงทุกฉากจนคนดูเริ่มคิดว่า เออ มึงตายไปเถอะ หนังจะได้จบสักที ประมาณนั้นเลย
แล้วพล็อตเรื่องก็หักมุมแบบหนังอินเดีย แฟนดันโผล่มาเฉย แผนบวช แผนบริจาคร่างกาย พับเก็บใส่ลิ้นชัก เหมือนไฟล์ Word ที่ตั้งชื่อว่า “ชีวิตทางเลือก” แล้วไม่เคยเปิดอีก
เราก็เลยอยากบอกทุกคนแบบนี้ ไม่ว่าตอนนี้ทุกคนจะล้ม จะพัง จะผิดหวังระดับไหน สุดท้ายชีวิตคนเรามันมักมี “จุดสมหวัง” ซ่อนอยู่เสมอ คำว่าจุดสมหวังคืออะไร คือจุดที่เราไม่ได้วิ่งไล่แม่งแล้ว แต่มันเดินมาชนเราเอง ปัญหามีอยู่อย่างเดียว คือเราจะ “รอไหวไหม”
คำว่า “รอ” ในที่นี้ไม่ใช่นั่งจ้องโทรศัพท์เหมือนซอมบี้ แต่คือการมีชีวิตต่อไปเรื่อยๆ แบบยังหายใจ ยังซักผ้า ยังปวดหลัง
พูดถึงซักผ้า วันนี้เราซักผ้าด้วยมือ ผ้าเยอะมาก เยอะจนคิดว่าถ้ากองผ้ามันมีชีวิต มันคงเรียกเราว่า “มนุษย์ผู้ถูกเลือก” ซักไปซักมา ปวดหลังเฉย ปวดแบบหลังบอกว่า มึงไม่ใช่ไททันนะ หยุดได้แล้ว เราเลยต้องหยุดกลางคัน ลงไปนอนราบกับพื้น นอนนิ่งๆ ให้หลังมันตรง เหมือนรีเซ็ตระบบ แล้วค่อยลุกมาซักต่อ
แล้วแม่งก็คิดขึ้นมาได้ ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ บางช่วงไม่ได้ต้องการ “ความพยายาม” เพิ่ม แต่ต้องการ “การหยุดพัก” คำว่าหยุดพักไม่ใช่แพ้ แต่คือ pause (pause = หยุดชั่วคราวเพื่อไม่ให้ระบบพัง) เหมือนกดหยุดเกม ไม่ใช่ปิดเครื่อง
ทีนี้มาถึงประเด็นที่พูดแรงหน่อย แต่หวังดีจริง ถ้าคนที่ทุกคนชอบเขามีแฟนแล้ว เราบอกเลย ถอยเหอะ ไม่ใช่ถอยเพราะเราโลกสวย แต่ถอยเพราะโลกมันโหด ถ้าทุกคนเป็นมือที่สาม แล้วเขายัง “เล่น” กับทุกคนได้สบายใจ ไม่คิดเหรอว่าวันหนึ่งจะมีมือที่สามคนอื่น แล้วเขาก็เล่นด้วยเหมือนกัน
อันนี้ไม่ใช่ปรัชญาลอยๆ แต่มันคือ pattern (pattern = รูปแบบพฤติกรรมที่เกิดซ้ำ) มนุษย์ไม่ได้เปลี่ยนนิสัยง่ายกว่าการเปลี่ยนทรงผมในหนัง Ghibli ถ้าเขาทำได้ครั้งหนึ่ง เขาทำได้อีก และครั้งหน้าทุกคนอาจเป็นตัวประกอบที่ไม่มีแม้แต่บทพูด
วรรณกรรมคลาสสิกหลายเรื่องพูดเรื่องนี้ไว้หมดแล้ว อย่างโศกนาฏกรรมกรีกทั้งหลาย ตัวละครมักคิดว่า “เราจะเป็นข้อยกเว้น” สุดท้ายโดนเทพเจ้าตบด้วยความจริงว่า ไม่มีใครพิเศษขนาดนั้น หนังสมัยใหม่ก็เหมือนกัน พระรองที่คิดว่าเดี๋ยวนางเอกจะเห็นค่า สุดท้ายเครดิตขึ้น เพลงเศร้าดัง
ความคิดเห็นส่วนตัวของเราเลยคือ ความรักไม่ใช่สนามสอบที่ใครอดทนที่สุดจะชนะ มันคือพื้นที่ปลอดภัย (safe space = พื้นที่ที่ไม่ต้องระแวง ไม่ต้องกลัวโดนทำร้ายใจ) ถ้ามันเริ่มจากการแอบ แย่ง หรือหลบ มันก็ยากจะไปจบที่ความสงบ
สรุปข่าวชีวิตฉบับเอาไปพัฒนาตัวเอง
-ความผิดหวังไม่ใช่สัญญาณให้เลิกมีชีวิต แต่มันคือสัญญาณให้พักระบบ
-การรอคอยที่ดีคือการรอแบบยังใช้ชีวิต ไม่ใช่รอแบบทรมาน
-คนที่ซื่อสัตย์กับแฟนคนอื่นไม่ได้ มักไม่ซื่อสัตย์กับทุกคน
-การถอยออกมาเร็ว บางทีคือการชนะที่ฉลาดที่สุด
-Life goes on ไม่ใช่คำปลอบใจ แต่เป็นความจริงทางชีววิทยา โลกหมุนต่อ แม้เราจะปวดหลังอยู่บนพื้น
คำศัพท์ไว้ใช้เท่ๆ ตอนเข้าใจชีวิต
Pause: การหยุดเพื่อไม่ให้พัง
Pattern: พฤติกรรมซ้ำๆ ที่บอกอนาคตได้
Safe space: พื้นที่ที่ใจไม่ต้องใส่เกราะ
Self-respect (self-respect = การเคารพตัวเอง): ของหายากกว่าความรัก แต่สำคัญกว่า
ถ้าวันนี้ทุกคนกำลังนอนนิ่งๆ อยู่กับพื้นชีวิต บอกเลย ไม่ได้แปลว่าจบเกม แค่กำลังยืดหลัง เตรียมลุกไปซักผ้าต่อเท่านั้นเอง

ความคิดเห็น