มีแฟนหล่อ/สวย/น่ารักขนาดนี้ ระวังนะ เจ้าชู้แน่ๆ

มีอยู่วันหนึ่ง เรานั่งเลื่อนฟีดเฟซ แล้วเจอประโยคคลาสสิกมาก “มีแฟนหล่อ/สวย/น่ารักขนาดนี้ ระวังนะ เจ้าชู้แน่ๆ” อ่านจบแล้วเราหยุดนิ่งไปสามวินาที ไม่ใช่เพราะโดนแทงใจ แต่เพราะสมองกำลังโหลดว่า อ้าว…นี่มันตรรกะแบบเดียวกับ “คนใส่เสื้อดำต้องเป็นตัวร้าย” ในหนังฮอลลีวูดไม่ใช่เหรอวะ อันนี้ขอเรียกชื่อเท่ๆ ให้ดูฉลาดนิดนึง เขาเรียกว่า stereotype (สเตริโอไทป์ = การเหมารวมคนจากภาพจำบางอย่าง) คือเราเอาคุณสมบัติหนึ่งอย่าง เช่น หน้าตาดี ไปยัดแพ็กเกจนิสัยอื่นให้เขาทั้งชุด เหมือนซื้อแฮมเบอร์เกอร์แล้วโดนยัดผักชีมาให้ทั้งสวน ทั้งที่ไม่ได้สั่ง ประเด็นคือ… ความจริงมันดันตรงข้ามกับที่หลายคนคิด เราขอสปอยแบบไม่ต้องขึ้นเตือนนะ คนหล่อสวยจำนวนมาก มีภูมิต้านทานต่อความหล่อสวยสูงกว่าคนทั่วไป คำว่า “ภูมิต้านทาน” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงไม่รู้ตัวว่าตัวเองหน้าตาดี แต่หมายถึง “ชิน” ชินกับสายตา ชินกับคำชม ชินกับการถูกจีบ ชินกับการมีตัวเลือกเต็มไปหมด ลองนึกภาพง่ายๆ ถ้าทุกวันมีคนมายื่นลูกอมให้ วันแรกอาจตื่นเต้น วันที่สิบอาจเฉย วันที่ร้อย…อาจเริ่มเลือกแล้วว่า “เอาที่อร่อยจริง ไม่เอามั่ว” ตรงกันข้ามกับคนที่ไม่ค่อยถูกเลือก พอมีใครมายิ้มให้ที หัวใจอาจเต้นเหมือนฉากเปิดตัวนางเอกอนิเมะ มีดอกซากุระปลิว slow motion ทั้งซอย อันนี้ไม่ใช่ด่าใครนะ เราก็เคยเป็น ทุกคนก็เคยเป็น ในเชิงจิตวิทยา มีคำหนึ่งเรียกว่า habituation (แฮบบิทชูเอชัน = การที่สมองชินกับสิ่งกระตุ้นที่เจอซ้ำๆ จนไม่ตื่นเต้นเหมือนเดิม) คนที่เจอแรงดึงดูดเยอะๆ ตั้งแต่ต้นชีวิต สมองเขาจะไม่ “ว้าว” ง่าย เขาจะเลือกจากอย่างอื่นแทน เช่น ความสบายใจ ความไว้ใจ หรือความเป็นตัวเอง ถ้าให้เทียบแบบบ้านๆ มันเหมือนคนที่เคยกินบุฟเฟต์ทุกวัน จะไม่ตื่นเต้นกับอาหารเยอะ แต่จะสนใจว่า อันไหนอร่อยจริง อันไหนกินแล้วไม่ปวดท้อง เพราะงั้น ประโยคที่ว่า “แฟนหล่อ/สวยแบบนี้ ต้องเจ้าชู้แน่ๆ” บางทีมันไม่ใช่การเตือน แต่มันคือการโยนความไม่มั่นคงของเรา ไปแปะหน้าผากคนอื่นแบบเนียนๆ ในวรรณกรรมคลาสสิกก็มีของประมาณนี้ อย่างใน Pride and Prejudice คนหล่อ รวย เท่ อย่างคุณดาร์ซี โดนเหมารวมว่าเย่อหยิ่ง ไม่น่าคบ ทั้งที่ความจริงคือเขาเลือกเยอะ และจริงจังกับความรู้สึกมากกว่าใคร หรือถ้าจะเอาเวอร์ชันการ์ตูน ตัวละครที่หล่อเท่ที่สุด มักไม่ใช่คนเจ้าชู้ แต่เป็นคนพูดน้อย โลกส่วนตัวสูง เพราะเขาไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรกับใครตลอดเวลา สรุปแบบไม่ต้องใช้ศัพท์ยาก หน้าตาดี ≠ เจ้าชู้ โอกาสเยอะ ≠ ใช้มั่ว การเลือกมาก ≠ นิสัยไม่ดี และข่าวขั้นต้นที่อยากฝากไว้เพื่อพัฒนาตัวเองคือ การเหมารวมคนจากภาพจำ ทำให้เรามองคนพลาด ความมั่นคงในใจ สำคัญกว่าการเดาหน้าตาคนอื่น ความรักที่ดี ไม่ได้วัดจากว่า “ใครน่าหึง” แต่วัดจากว่า “ใครทำให้เราเป็นตัวเองได้” คำศัพท์อังกฤษที่อธิบายเรื่องนี้ได้ดีคือ Projection (โปรเจ็กชัน = การเอาความกลัวหรือปมของตัวเอง ไปใส่คนอื่น) กับคำว่า Insecurity (อินซีเคียวริตี้ = ความไม่มั่นคงในใจ) เราขอเขียนทิ้งท้ายไว้ตรงนี้ก่อน ในอนาคต ถ้ามีใครมากล่าวหาแฟนเราว่าเจ้าชู้ เพียงเพราะเขาหล่อ สวย น่ารัก เราอาจไม่ต้องเถียงอะไรยาว แค่ยิ้มแล้วคิดในใจเบาๆ ว่า “เขาไม่เจ้าชู้หรอก เขาแค่ไม่หิว เพราะเคยเห็นของกินมาเยอะแล้ว” จบ มุ่ย

ความคิดเห็น