โคตรเสียใจ เมื่อของที่รักถูกใครบางคนแย่งไป

 โคตรเสียใจ เมื่อของที่รักถูกใครบางคนแย่งไป

เพียงเพราะเรารักษามันไม่ดีพอ
เอาล่ะ ก่อนจะเข้าเรื่อง เดี๋ยวแนะนำตัวกันนิดหนึ่ง เผื่อมีใครหลงเข้ามาอ่านแล้วงงว่าไอ้คนเขียนนี่มันเป็นใครวะ
เราเป็นคนวาดรูป เขียนหนังสือ และแต่งเพลง
เคยได้รางวัล Asia Graph Awards ด้านดิจิทัลอาร์ตจากญี่ปุ่นสามสมัย ซึ่งเป็นเวทีประกวดงานศิลปะดิจิทัลระดับเอเชียที่มีศิลปินจากหลายประเทศส่งงานเข้าแข่งขัน
เคยมีพ็อกเกตบุ๊กของตัวเองวางขายในท้องตลาดชื่อ “ลาเจ้านายไปตามฝัน”
สรุปง่าย ๆ คือเป็นมนุษย์สายสร้างสรรค์ที่หาเรื่องให้ชีวิตตัวเองลำบากด้วยการทำงานศิลปะทุกชนิด ตั้งแต่วาดรูป เขียนบล็อก แต่งเพลง ไปจนถึงคุยกับตัวเองตอนตีสาม
โอเค แนะนำตัวเสร็จละ เข้าเรื่อง
วันก่อนเราไปไถ เธรด (Threads – แอปโซเชียลของค่ายเดียวกับ Instagram) แล้วเจอโพสต์หนึ่ง
เจ้าของโพสต์เขียนประมาณว่า
“โคตรเสียใจ เมื่อของที่รักถูกใครบางคนแย่งไป
เพียงเพราะเรารักษามันไม่ดีพอ”
อ่านจบปุ๊บ เรานั่งเงียบไปพักหนึ่ง
ไม่ใช่เพราะซึ้งนะ
แต่เพราะมันเป็นประโยคที่มนุษย์บนโลกพูดกันมาหลายพันปีแล้ว
ตั้งแต่ยุคที่คนยังใส่เสื้อคลุมเดินอ่านบทกวีอยู่แถวกรีกโบราณ
ความรู้สึกแบบนี้ในจิตวิทยาเรียกว่า regret (รีเกร็ต)
แปลตรง ๆ คือ “ความเสียใจย้อนหลัง”
มันคืออารมณ์ที่เกิดตอนเรานั่งคิดว่า
“ถ้ากูทำอีกแบบหนึ่ง ชีวิตอาจจะไม่พังแบบนี้ก็ได้”
นักจิตวิทยาอธิบายว่าความรู้สึกนี้เกิดจากสิ่งที่เรียกว่า
counterfactual thinking (เคาน์เตอร์แฟคชวล ธิงกิ้ง)
ศัพท์ดูเหมือนเวทมนตร์จากฮอกวอตส์ แต่จริง ๆ แปลบ้าน ๆ ว่า
“สมองกำลังจินตนาการโลกคู่ขนาน”
เช่น
โลกจริง
เราทำตัวงี่เง่าใส่คนที่รัก → เขาเดินออกจากชีวิต
โลกในจินตนาการ
เราดีกว่านั้น → เขาอาจยังอยู่
สมองมนุษย์มันจะเปิดหนังเรื่องนี้ฉายซ้ำ ๆ ในหัวเหมือน Netflix ที่โดนสาป
นักวิจัยยังบอกอีกว่าความเสียใจแบบนี้มักมาพร้อมกับสามอย่าง
ความรู้สึกผิด
ความอับอาย
และการด่าตัวเองเงียบ ๆ ในใจว่า “มึงแม่งโง่จริง ๆ”
ทีนี้ประเด็นที่น่าสนใจกว่าคือ
หลายคนคิดว่าความเสียใจแบบนี้คือ “บทลงโทษ”
แต่จริง ๆ แล้วมันคือ ระบบแจ้งเตือนของสมอง
เหมือนในหนัง The Matrix
ตอน Neo เห็นแมวดำเดินผ่านสองครั้ง
แล้ว Trinity บอกว่า
“Déjà vu”
แปลว่า Matrix เพิ่งถูกแก้โค้ด
ความเสียใจของมนุษย์ก็เหมือนกัน
มันคือระบบเตือนว่า
เฮ้ มึงทำพลาดนะ
ครั้งหน้าลองอย่าโง่แบบเดิม
นักจิตวิทยาบอกว่า ถ้าใช้ถูกทาง
ความเสียใจทำให้คน “พัฒนาตัวเอง” ได้จริง
เพราะมันบังคับให้เราย้อนดูพฤติกรรมตัวเองแล้วแก้ไขมัน
แต่ปัญหาคือ
มนุษย์จำนวนมากไม่ใช้มันแบบนั้น
มนุษย์ใช้มันแบบนี้แทน
นั่งเศร้า
เปิดเพลงอกหัก
ไถไอจีคนเก่า
แล้วกินหมูกระทะตอนตีหนึ่ง
ซึ่งถ้ามองในเชิงวิทยาศาสตร์
สิ่งนี้เรียกว่า
wasting emotional energy
(การใช้พลังงานทางอารมณ์แบบโง่ ๆ)
ทีนี้กลับมาที่ประโยคในเธรด
“เสียใจ เพราะดูแลมันไม่ดีพอ”
ฟังดูเศร้าใช่ไหม
แต่ถ้ามองแบบตรงไปตรงมา
มันคือบทเรียนคลาสสิกของมนุษย์เลย
ของบางอย่าง
ตอนอยู่กับเรา
เราคิดว่ามัน “ธรรมดา”
แต่พอหายไป
สมองจะรีแบรนด์มันใหม่ทันที
กลายเป็น “ของล้ำค่าในชีวิต”
มันเหมือนตอนเด็ก ๆ ที่เรามีการ์ตูน Dragon Ball เต็มบ้าน
แต่ดันไปเห็นค่าตอนโต
ตอนที่แม่เอาไปขายร้านรับซื้อของเก่าแล้ว
เรื่องแบบนี้มีในวรรณกรรมทั่วโลก
ในนิยายรัสเซีย
ในบทกวีอังกฤษ
ในหนังฮอลลีวูด
สูตรเดียวกันหมด
มนุษย์มักจะรู้ค่าของสิ่งสำคัญ
ตอนที่มัน ไม่อยู่แล้ว
Oscar Wilde เคยมีประโยคหนึ่งที่เราชอบมาก
“People know the price of everything and the value of nothing.”
แปลแบบบ้าน ๆ คือ
มนุษย์รู้ราคาทุกอย่าง
แต่ไม่รู้คุณค่าของอะไรเลย
จนกว่าจะสายเกินไป
แต่เดี๋ยวก่อน
ตรงนี้เรามีความคิดเห็นส่วนตัวนิดหนึ่ง
บางครั้งสิ่งที่เราเสียใจ
ไม่ใช่เพราะเรารักมันมาก
แต่เพราะ อีโก้เราโดนกระแทก
ในจิตวิทยามีคำว่า
narcissistic injury (นาร์ซิสซิสติก อินเจอรี)
แปลแบบเข้าใจง่าย
“แผลที่เกิดจากอัตตาโดนกระทืบ”
พูดง่าย ๆ
บางทีเราไม่ได้เสียใจที่เขาไป
เราเสียใจที่
เขาไปโดยไม่ต้องการเราอีกแล้ว
ต่างกันเยอะนะทุกคน
นี่แหละเหตุผลว่าทำไมบางคนอกหัก
แต่ยังไปส่องสตอรี่คนเก่าทุกวัน
ไม่ได้อยากกลับไป
แค่อยากรู้ว่า
“ชีวิตเขาแย่ลงบ้างไหมวะ”
ซึ่งต้องบอกตามตรง
นี่คือความเป็นมนุษย์เวอร์ชันดิบ ๆ เลย
แต่ข่าวดีคือ
ความเสียใจไม่ใช่ศัตรู
มันคือ ครู
ครูที่พูดจาหยาบนิดหนึ่ง
แต่สอนเก่งมาก
มันกำลังบอกเราว่า
ครั้งหน้า
ถ้ามีอะไรดี ๆ เข้ามาในชีวิต
อย่าทำตัวเหมือนเด็กที่ได้ของเล่นใหม่แล้วโยนทิ้ง
เพราะโลกนี้ไม่ได้แจกของล้ำค่าให้เราซ้ำ ๆ
บางอย่าง
มาแค่ครั้งเดียว
และถ้าเราไม่ดูแลมันดีพอ
มันก็จะเดินออกจากชีวิตเรา
เหมือนตัวละครในหนัง
ทิ้งเราไว้กับบทเรียนหนึ่งประโยค
ที่สั้นมาก
แต่โคตรจริง
“บางอย่าง
เราจะเข้าใจคุณค่าของมัน
ตอนที่มันไม่ใช่ของเราแล้ว”
และถ้าอ่านมาถึงตรงนี้
เราว่าทุกคนควรถามตัวเองคำถามหนึ่ง
ตอนนี้
ในชีวิตเรา
มีอะไรอยู่บ้าง
ที่เรากำลังคิดว่า “ธรรมดา”
แต่จริง ๆ แล้ว
มันอาจเป็น
สิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตก็ได้.
มุ่ย

ความคิดเห็น