ถึงพวกมึงที่กำลังหลงทางในชีวิตกันอยู่ฟังทางนี้!
ถึงพวกมึงที่กำลังหลงทางในชีวิตกันอยู่ฟังทางนี้!
เอาล่ะ ก่อนจะเข้าเรื่อง เดี๋ยวขอแนะนำตัวเองก่อน เพราะกูรู้ว่าถ้าไม่พูด เดี๋ยวจะมีคนถามว่า “ไอ้คนเขียนนี่มันเป็นใครวะ”กูจะพูดทุกโพสต์จนมึงเบื่อเพราะในนี้มีคนที่ไม่รู้จักกูเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆเมื่อวานมีคน message มาขอบคุณกูเรื่องที่กูเขียนบทความเขาบอกว่าเขาชอบอ่านกูก็เลยต้องแนะนำตัวทุกครั้งเพราะมีคนใหม่ๆเข้ามาอ่านงานกู
กูชื่อมุ่ย
เป็นคนวาดรูป เขียนหนังสือ แล้วก็แต่งเพลง
เคยได้รางวัล Asia Graph Awards ด้านดิจิทัลอาร์ตระดับเอเชียมา 3 สมัย ซึ่งเอาจริง ๆ มันก็เป็นรางวัลที่จัดในญี่ปุ่นที่คนในวงการดิจิทัลอาร์ตรู้จักกันดีพอสมควร ประมาณว่าเป็นเวทีที่เอาศิลปินสายคอมพิวเตอร์กราฟิกจากหลายประเทศมาโชว์ของกัน
สมัยก่อนกูก็เคยมีพ็อกเก็ตบุ๊ควางขายในร้านหนังสือด้วย
ชื่อว่า “ลาเจ้านายไปตามฝัน”
ตอนนั้นชีวิตดูเหมือนจะเป็นเส้นตรงนะ
วาดรูป → มีงาน → ได้รางวัล → เขียนหนังสือ
เหมือนในหนังที่พระเอกกำลังจะเข้าสู่ช่วง training montage
แบบในเรื่อง Rocky
ที่แม่งวิ่งขึ้นบันได ฟิตกล้าม แล้วเพลงขึ้น
แต่ชีวิตจริงมันไม่ใช่ Rocky
ชีวิตจริงมันเป็นแนว The Matrix มากกว่า
คือวันหนึ่งมึงตื่นมา แล้วเริ่มสงสัยว่า
“กูยังอยากทำสิ่งที่กูเคยอยากทำอยู่ไหมวะ”
พูดตรง ๆ นะ
เมื่อก่อนกูสนุกกับการวาดรูปมาก
แบบนั่งวาดทั้งวันก็ยังรู้สึกเหมือนเล่นเกม
แต่เดี๋ยวนี้ความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิม
ไม่ได้เกลียดการวาดนะ
แต่ไม่ได้รู้สึกว่า “อยากวาด” เหมือนเมื่อก่อน
มันเหมือนสกิลที่ติดตัวมา
เหมือนคนที่เล่นเปียโนได้
บางวันก็ไม่ได้อยากเล่น
แต่รู้ว่า “ยังต้องใช้มันอยู่”
มันเลยกลายเป็นหน้าที่มากกว่าความสนุก
ถ้าทุกคนเคยดูการ์ตูน Naruto
จะมีช่วงหนึ่งที่นารูโตะเริ่มถามตัวเองว่า
“กูยังอยากเป็นโฮคาเงะเพราะความฝัน
หรือเพราะมันกลายเป็นบทบาทไปแล้ว”
ชีวิตคนจริง ๆ มันมีโมเมนต์แบบนั้น
แล้วสิ่งที่กูค้นพบอย่างหนึ่งคือ
คนจำนวนมากกำลังหลงทางเหมือนกัน
คำภาษาอังกฤษที่ใช้กันบ่อยคือ lost
แปลตรงตัวว่า “หลงทาง”
แต่มันไม่ได้หมายถึงหลงในป่า
มันหมายถึง
มึงไม่รู้ว่าชีวิตกำลังจะไปทางไหน
ไม่รู้ว่าควรทำอะไร
ไม่รู้ว่าที่ทำอยู่มันใช่หรือเปล่า
ข่าวดีคือ
ไม่ได้มีแค่มึง
กูก็เป็น
ช่วงหนึ่งกูก็นั่งคิดเหมือนกัน
ถ้ากูชอบเขียน
แต่คำถามคือ
“ทุกวันนี้ยังมีคนอ่านหนังสืออยู่ไหมวะ”
คำถามนี้จริง ๆ ไม่ได้โง่นะ
มันเป็นคำถามที่คนทำงานสร้างสรรค์ถามกันทั้งโลก
แต่พอไปดูข้อมูลจริง ๆ
มันกลับตลกดี
คนยังอ่านอยู่
แค่ไม่ได้อ่านแบบเดิม
ตอนนี้การอ่านส่วนใหญ่เกิดบนมือถือ
ทั้งบทความ อีบุ๊ก และหนังสือเสียง
มีรายงานหนึ่งพบว่าคนจำนวนมากอ่านผ่านสมาร์ตโฟนเป็นหลัก
และการอ่านดิจิทัลกำลังกลายเป็นสัดส่วนใหญ่ของตลาดหนังสือโลก
พูดง่าย ๆ คือ
คนยังอ่าน
แต่ไม่ได้อ่านในร้านหนังสืออย่างเดียว
พวกแม่งอ่านในมือถือ
ตอนนั่งรถไฟ
ตอนรออาหาร
ตอนหนีงานประชุม
และที่ตลกคือ
หลายคนเริ่มกลับมาอ่านเพื่อหนีโซเชียลด้วย
คำใหม่ที่ช่วงนี้ดังมากคือ doomscrolling
doomscrolling แปลว่า
“การไถฟีดข่าวร้ายหรือดราม่าไปเรื่อย ๆ แบบหยุดไม่ได้”
เหมือนเปิดเฟซบุ๊กตอนเที่ยงคืน
ตั้งใจดูแค่ 5 นาที
แล้วรู้ตัวอีกทีตีสอง
มีรายงานว่าคนรุ่นใหม่เริ่มพยายามเลิก doomscrolling
แล้วหันกลับมาอ่านหนังสือหรือคอนเทนต์ยาวแทน
พูดง่าย ๆ คือ
โลกไม่ได้เลิกอ่าน
โลกแค่เปลี่ยนวิธีอ่าน
ทีนี้กลับมาที่เรื่องชีวิต
ถ้าทุกคนกำลังรู้สึกหลงทาง
กูอยากบอกอะไรอย่างหนึ่ง
ซึ่งมันฟังดูเหมือนคำปลอบใจ
แต่มันเป็นหลักธรรมชาติจริง ๆ
ทุกอย่างมันมี “ทางของมัน”
ภาษาอังกฤษมีสำนวนหนึ่งที่กูชอบมาก
Nature finds a way
แปลตรง ๆ คือ
“ธรรมชาติจะหาทางของมันเอง”
สำนวนนี้ดังจากหนัง Jurassic Park
ในเรื่องนักวิทยาศาสตร์คิดว่าควบคุมไดโนเสาร์ได้หมดแล้ว
สุดท้ายธรรมชาติก็แบบ
“เออ มึงคิดไปเอง”
ชีวิตคนก็คล้ายกัน
บางทีเราไม่ต้องรู้คำตอบตอนนี้ก็ได้
เพราะเส้นทางหลายอย่าง
มันไม่ได้เกิดจากการวางแผน
แต่มันเกิดจากการ “เดินไปก่อน”
กูไม่ได้รู้ว่ากูจะทำอะไรในชีวิต
อาจจะวาดรูปต่อ
อาจจะเขียน
อาจจะทำเพลง
อาจจะทำอะไรที่กูยังไม่รู้ด้วยซ้ำ
แต่กูเชื่ออย่างหนึ่ง
ถ้าเรายังเดินอยู่
ทางมันจะค่อย ๆ โผล่มา
เหมือนเวลาเล่นเกม RPG
ตอนแรกแผนที่มันมืดหมด
แต่พอเราเดิน
แผนที่มันจะเปิดเองทีละช่อง
ชีวิตก็แบบนั้นแหละ
สรุปข่าวสั้น ๆ สำหรับทุกคนที่กำลังหลงทาง
โลกไม่ได้เลิกอ่าน คนแค่อ่านผ่านมือถือมากขึ้น
การอ่านดิจิทัลและหนังสือเสียงกำลังเติบโตเร็ว
คนรุ่นใหม่บางส่วนเริ่มเลิก doomscrolling แล้วหันมาอ่านเพื่อพักสมอง
งานสร้างสรรค์หลายอย่างไม่ได้หายไป มันแค่ย้ายแพลตฟอร์ม
สุดท้ายกูอยากฝากไว้แค่นี้
ถ้าตอนนี้ทุกคนกำลังรู้สึกว่า
“กูไม่รู้ว่ากูจะทำอะไรในชีวิต”
ไม่เป็นไร
กูก็ไม่รู้เหมือนกัน
แต่กูยังเชื่อในกฎธรรมชาติอยู่ข้อหนึ่ง
ถ้าเรายังเคลื่อนที่
ทางมันจะเกิด
บางทีเราไม่ได้หลงทาง
เราแค่ยังเดินมาไม่ถึงตอนที่แผนที่มันจะเปิดเท่านั้นเอง.
มุ่ย

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น