เคยไหมที่ทุกคนกินหมูทอด หมูย่าง หมูกระทะ แล้วไม่รู้สึกอะไรเลย

เคยไหมที่ทุกคนกินหมูทอด หมูย่าง หมูกระทะ แล้วไม่รู้สึกอะไรเลย แต่พอมีใครพาหมูตัวหนึ่งมาเลี้ยงเป็นเพื่อน ตั้งชื่อให้มัน ถ่ายรูปกับมัน แล้วบอกว่า "วันที่ 100 จะกินมัน" ทุกคนกลับโกรธเป็นไฟ
นั่นแหละคือแก่นของช่อง YouTube ชื่อ "Eaten Pig After 100 Days" ที่เจ้าของช่องทำการทดลองทางสังคมที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์อินเทอร์เน็ต ด้วยการเลี้ยงหมูน้อยไว้ 100 วัน แล้วก็กิน มันฟังดูธรรมดามากถ้าเราไม่นับว่าตลอด 100 วันนั้นหมูตัวนี้มีชื่อ มีบ้าน มีคนดูแล และมีแฟนคลับทั่วโลก
ความโกรธที่ระเบิดออกมาในคอมเมนต์นั้นน่าสนใจมากกว่าตัวหมูอีก เพราะมันเผยให้เห็นความขัดแย้ง (cognitive dissonance แปลว่าความรู้สึกขัดแย้งในใจตัวเอง) ที่พวกเราทุกคนแบกเอาไว้โดยไม่รู้ตัว คือเรากินหมูทุกวัน แต่เราโกรธที่มีคนกินหมูที่เรารู้จักชื่อมัน
มันคือกลไกที่นักจิตวิทยาเรียกว่า "moral disengagement" (การตัดตัวเองออกจากศีลธรรม) ซึ่งอุตสาหกรรมอาหารเข้าใจเรื่องนี้ดีมาก นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ขายหมูโดยวางทั้งตัว แต่หั่นใส่ถาด ห่อพลาสติก แปะสติกเกอร์ราคา แล้วเรียกมันว่า "หมูสามชั้น" ไม่ใช่ "เนื้อของหมูชื่อมะลิที่เพิ่งโตได้สามเดือน"
ระยะห่างนั้นแหละที่ทำให้เราสบายใจ
เรานึกถึงหนังเรื่อง Okja ของ Bong Joon-ho ที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งโตมากับหมูยักษ์ชื่ออ็อกจา แล้ววันหนึ่งบริษัทอาหารยักษ์ใหญ่มาเอาตัวมันไป คนดูหนังร้องไห้กันทั้งโรง แต่ถามจริงๆ ว่าหลังจากดูหนังจบ มีกี่คนที่ไม่กินหมูอีกเลย คำตอบคือน้อยมาก เพราะอ็อกจาในหนังมีชื่อ มีบุคลิก มีความสัมพันธ์กับมนุษย์ แต่หมูในจานไม่มี
นักปรัชญาชาวออสเตรเลียชื่อ Peter Singer เขียนไว้ในหนังสือ Animal Liberation ตั้งแต่ปี 1975 ว่าสิ่งที่กำหนดว่าเราควรปฏิบัติต่อสัตว์ยังไงไม่ใช่สายพันธุ์ แต่คือความสามารถในการรู้สึกเจ็บปวด หมูมีระบบประสาทที่ซับซ้อนพอๆ กับสุนัข สติปัญญาของหมูเทียบได้กับเด็กอายุสามขวบ แต่สุนัขนอนบนโซฟา ส่วนหมูอยู่ในโรงฆ่าสัตว์ ความแตกต่างนั้นไม่ได้มาจากธรรมชาติ แต่มาจากวัฒนธรรมที่เราสร้างขึ้นมาเอง
สิ่งที่ช่อง Eaten Pig After 100 Days ทำ คือมันดึงระยะห่างนั้นออกไป แล้วบังคับให้เราดูความจริงตรงๆ ว่าเราโกรธไม่ใช่เพราะการกินหมูผิด แต่เพราะเราโกรธที่ถูกบังคับให้รู้สึก
ประเด็นที่น่าคิดกว่านั้นอีกคือ ปฏิกิริยาของคนดูพิสูจน์ว่าความเห็นอกเห็นใจ (empathy) ในมนุษย์นั้นจริงมาก แต่มันถูกจุดด้วยความสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่ใช่ตรรกะ เราไม่ได้เห็นอกเห็นใจหมูทุกตัวในโลก เราเห็นอกเห็นใจหมูตัวที่เรารู้จัก นั่นคือธรรมชาติมนุษย์ที่แสนจะซื่อสัตย์และน่าอายในเวลาเดียวกัน
ทุกวันนี้กระแส plant-based (อาหารจากพืช) และ lab-grown meat (เนื้อที่เพาะในห้องแล็บโดยไม่ต้องฆ่าสัตว์) กำลังเติบโต ส่วนหนึ่งก็เพราะคนรุ่นใหม่เริ่มตั้งคำถามกับระยะห่างตรงนี้มากขึ้น ในปี 2024 สิงคโปร์เป็นประเทศแรกในโลกที่อนุมัติการขาย lab-grown chicken เชิงพาณิชย์ได้จริง นั่นคือสัญญาณว่าอุตสาหกรรมอาหารกำลังจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
แต่กลับมาที่คำถามเดิมที่ยังไม่มีใครตอบได้สบายใจนักว่า ถ้าทุกคนรู้ชื่อหมูที่กำลังจะกิน ทุกคนจะยังกินมันอยู่ไหม
เรายังไม่รู้คำตอบของตัวเอง แต่เรารู้ว่าคำถามนี้สำคัญกว่าคำตอบมาก
- ความโกรธที่เรารู้สึกเมื่อเห็นคนกินสัตว์ที่เรา "รู้จัก" คือสัญญาณว่าเรายังมีความเห็นอกเห็นใจอยู่ในตัว อย่าปิดมันทิ้ง แต่ใช้มันตั้งคำถามกับนิสัยที่เราทำโดยไม่เคยคิด
- การรู้สึก discomfort (ไม่สบายใจ) กับความขัดแย้งในตัวเองไม่ใช่เรื่องน่าอาย มันคือจุดเริ่มต้นของการเติบโต
- ไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างในคืนเดียว แค่เริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่เคยทำโดยอัตโนมัติ นั่นคือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด

ความคิดเห็น