Il Principe เขียนโดย Niccolò Machiavelli นักปรัชญาการเมืองชาวฟลอเรนซ์ ที่เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นในปี 1513 ช่วงที่อิตาลีกำลังระส่ำระสายเพราะโดนชาติต่างชาติรุกรานไปทั่ว
วันนี้เดินงานหนังสือแล้วเจอสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็น "คู่มือวายร้ายที่ฉลาดที่สุดในประวัติศาสตร์" วางอยู่บนแผง(แต่ไม่ได้ซื้อนะเพราะว่าไม่แน่ใจในสำนวนแปลเพราะว่าแกะห่อพลาสติกไม่ได้)
The Prince หรือในภาษาอิตาลีเรียกว่า Il Principe เขียนโดย Niccolò Machiavelli นักปรัชญาการเมืองชาวฟลอเรนซ์ ที่เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นในปี 1513 ช่วงที่อิตาลีกำลังระส่ำระสายเพราะโดนชาติต่างชาติรุกรานไปทั่ว เขาเขียนมันเพื่อ "ขอฝากตัวเป็นที่ปรึกษา" กับตระกูล Medici ผู้มีอำนาจในฟลอเรนซ์ในขณะนั้น ซึ่งก็คือการส่ง resume แบบ 16th century นั่นแหละ แต่โชคร้ายที่ Lorenzo de' Medici ที่รับหนังสือไปไม่ได้สนใจมันเท่าไหร่ ซึ่งถ้าเป็นหนังก็คงเป็นฉากที่ฮีโร่ส่งแผนช่วยโลกไป แล้วเจ้านายพับใส่ลิ้นชักแล้วไปกินข้าว
เนื้อหาของมันคือการอธิบายอย่างตรงไปตรงมาว่าคนที่จะปกครองบ้านเมืองและรักษาอำนาจเอาไว้ได้นั้นต้องทำอะไรบ้าง โดยไม่สนใจว่ามันจะ "ดูดี" ทางศีลธรรมหรือเปล่า นี่คือจุดที่ทำให้หนังสือเล่มนี้ถูกด่ามาห้าร้อยกว่าปีแต่ก็ยังมีคนอ่านอยู่ตลอด เพราะมันพูดความจริงที่คนไม่อยากได้ยิน
Machiavelli บอกว่าผู้นำที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นคนดี แต่ต้องรู้ว่าเมื่อไหรควรทำดีและเมื่อไหรควรทำสิ่งที่จำเป็น เขาใช้คำว่า virtù ซึ่งไม่ได้แปลว่า virtue หรือคุณธรรมในแบบที่เราเข้าใจกัน แต่หมายถึงความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ได้ทุกรูปแบบ ฟังดูเหมือน Survival Mode ของคนเล่นเกมนั่นแหละ
ประเด็นที่โด่งดังที่สุดในเล่มคือคำถามที่ว่า ควรให้คนรักหรือให้คนกลัวดีกว่ากัน คำตอบของเขาคือถ้าเลือกได้ควรมีทั้งคู่ แต่ถ้าต้องเลือกอย่างหนึ่งให้เลือก "ให้คนกลัว" เพราะความรักนั้นเปราะบางและขึ้นอยู่กับว่าคุณทำประโยชน์ให้เขาได้แค่ไหน แต่ความกลัวนั้นติดทนกว่า ฟังดูโหดมากแต่ถ้าทุกคนนึกถึงเจ้านายที่ "ดีมากแต่ไม่มีใครเกรง" กับ "เข้มงวดแต่คนทำงานกัน" จะเริ่มเข้าใจว่าเขาพูดถึงอะไร
อีกแนวคิดที่สำคัญมากคือเรื่อง Fortuna หรือโชคชะตา Machiavelli มองว่าครึ่งหนึ่งของสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตนั้นขึ้นอยู่กับ Fortuna แต่อีกครึ่งขึ้นอยู่กับ virtù ของเราเอง เขาเปรียบ Fortuna เหมือนแม่น้ำที่ท่วมได้ แต่คนที่ฉลาดจะสร้างคันกั้นน้ำไว้ก่อนที่น้ำจะมา ไม่ใช่นั่งรอให้น้ำท่วมแล้วค่อยตีอก ซึ่งนั่นก็คือหัวใจของ Stoicism สมัยใหม่ที่คนชอบโพสต์ขายคอร์ส แต่ Machiavelli พูดเรื่องนี้มาก่อนห้าร้อยปีแล้ว
สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้น่าสนใจในมุมมองส่วนตัวคือมันไม่ได้สอนให้ทุกคน "เป็นคนเลว" แต่มันสอนให้อ่านเกมการเมืองและความเป็นจริงของโลกออก Machiavelli เองนั้นเคยทำงานเป็นนักการทูตของฟลอเรนซ์มาหลายปี เจอผู้นำระดับโลกมาหมดตั้งแต่ Pope จนถึง Cesare Borgia เขาเขียนจากประสบการณ์จริง ไม่ใช่จากห้องสมุด ต่างจากนักปรัชญาหลายคนที่เขียนจากจินตนาการว่าโลกควรเป็นยังไง เขาเขียนจากสิ่งที่โลกเป็นจริงๆ
น่าสนใจมากที่หนังสือเล่มนี้ถูกประณามโดยคริสตจักรคาทอลิกและถูกขึ้น Index Librorum Prohibitorum (บัญชีหนังสือต้องห้ามของวาติกัน) แต่ในเวลาเดียวกันก็ถูกอ่านอย่างลับๆ โดยนักการเมืองและกษัตริย์ทั่วยุโรป นี่คือพฤติกรรมที่เรียกว่า "ด่าในที่สาธารณะ อ่านในห้องนอน" ซึ่งก็ยังเป็นพฤติกรรมยอดนิยมของมนุษย์จนถึงทุกวันนี้
ถ้าจะอ่าน The Prince แนะนำให้อ่านคู่กับบริบทประวัติศาสตร์อิตาลียุคนั้นด้วย เพราะหลายอย่างที่เขาพูดนั้นตอบสนองต่อสถานการณ์เฉพาะของอิตาลีที่กำลังล่มสลาย ไม่ใช่คู่มือครอบจักรวาล และสิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ Machiavelli ไม่ได้ "ชอบ" ความโหดร้าย เขาแค่บอกว่ามันมีอยู่จริงและถ้าจะรอดต้องรู้จักมัน เหมือน Sun Tzu ใน Art of War ที่บอกว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ซึ่งก็ไม่ได้แปลว่า Sun Tzu เป็นคนชอบสงคราม
ส่วนที่หอพลาสติกอยู่แล้วไม่ได้ดูสำนวนแปลนั้น เป็นเรื่องน่าเสียดายเพราะหนังสือเล่มนี้มีหลายฉบับที่แปลต่างกันมาก ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้เทียบกับฉบับภาษาอังกฤษของ Harvey Mansfield หรือ George Bull ควบคู่ด้วย เพราะความละเอียดอ่อนของคำศัพท์อิตาลีโบราณนั้นแปลผิดได้ง่ายมาก และความแตกต่างเพียงคำเดียวอาจเปลี่ยนความหมายทั้งหมด
- คนที่รอดในโลกจริงไม่ใช่คนที่ดีที่สุดเสมอไป แต่คือคนที่อ่านสถานการณ์ออกและปรับตัวได้
- การเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนล่วงหน้า ดีกว่าการตั้งรับเมื่อวิกฤตมาถึงแล้ว
- ความกลัวและความรักในบริบทของภาวะผู้นำนั้นไม่ใช่เรื่องอารมณ์ แต่คือเรื่องของแรงจูงใจและผลลัพธ์
- อ่านหนังสือที่โลกไม่อยากให้อ่าน บางทีนั่นแหละคือหนังสือที่ควรอ่านที่สุด
Realpolitik (เรียลโพลิติก) - การเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และความเป็นจริง ไม่ใช่อุดมการณ์หรือศีลธรรม

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น