แล้วก็เห็นโพสต์นึง “ไปไหว้พระขอให้แฟนเก่ากลับมา”
เห็นโพสต์นึง “ไปไหว้พระขอให้แฟนเก่ากลับมา”
กูขำก่อนเลยนะ แบบ เออจริงดิ วะ
เรากำลังเชื่ออะไรอยู่วะ
เชื่อว่าความรักมันย้อนกลับมาได้ด้วยการจุดธูป?
หรือจริง ๆ แล้ว…เราแค่หาข้ออ้างให้ตัวเอง “ไม่ต้องมูฟออน”
บางคนบอก การมีความหวังมันไม่ผิด
อย่างน้อยมันก็ทำให้ยังยิ้มได้ ยังลุกขึ้นมาใช้ชีวิตต่อ
เออ อันนี้กูก็เข้าใจนะ
แต่ในอีกมุมหนึ่ง
ความหวังแม่งก็เหมือนยาชา
มันไม่ได้รักษาแผล มันแค่ทำให้เราไม่รู้สึกเจ็บ
“สิ่งที่ทุกคนภูมิใจ
อาจเป็นสิ่งที่เราหนีความจริงอยู่ก็ได้”
บางคนไม่ได้อยากได้เขาคืน
แต่อยากได้ “ตัวเองในวันที่ยังมีเขา” มากกว่า
แล้วไอ้การไปไหว้พระ ขอพร ขอให้เขากลับมา
มันคือศรัทธา…
หรือมันคือการไม่ยอมรับความจริงกันแน่วะ
เพราะถ้าลึก ๆ แล้ว
เรารู้ว่าเขาไม่กลับมาแน่
แต่เรายังเลือกจะเชื่อว่ามีโอกาส
“หรือจริง ๆ แล้วเราไม่ได้เข้มแข็งขึ้น
เราแค่เก่งขึ้นในการหลอกตัวเอง”
แต่ก็อีกแหละ
ใครจะไปกล้าพูดว่า “เลิกหวังเถอะ” ตรง ๆ วะ
ในวันที่หัวใจมันยังไม่พร้อม
บางทีการหลอกตัวเองนิดหน่อย
ก็อาจเป็นวิธีเดียวที่ทำให้เรารอดในบางวัน
แล้วมันก็เลยไม่มีคำตอบตายตัวเลยเว้ย
ระหว่าง “ยอมรับความจริง” กับ “ยื้อความหวังไว้”
แม่งดูมีเหตุผลพอ ๆ กันทั้งคู่
กูเลยสงสัยขึ้นมาจริง ๆ นะ
ถ้าวันนึงเรารู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่กลับมาแล้ว
แต่ยังเลือกไปไหว้ ขอให้เขากลับมาอยู่ดี
สรุปแล้ว…
เรากำลังศรัทธาในความรัก
หรือแค่ศรัทธาใน “เรื่องโกหกที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น” วะ?

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น