เรื่องที่ไม่มีใครบอก: ทำไมคนหล่อสวยถึงไม่ได้อยากเจอคนหล่อสวยเสมอไป
เรื่องที่ไม่มีใครบอก: ทำไมคนหล่อสวยถึงไม่ได้อยากเจอคนหล่อสวยเสมอไป
รู้ไหมว่าเรามักจะคิดผิดเรื่องหนึ่งตลอดมาว่า ถ้าเราหล่อหรือสวยแล้ว ก็ต้องหาแฟนที่หล่อหรือสวยระดับเดียวกันให้ได้ เหมือนเป็นกฎธรรมชาติที่ต้องจับคู่กันแบบนั้น แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไปนะ
เรื่องนี้เริ่มต้นจากที่เราเคยบอกตัวเองไว้ว่า วันหนึ่งถ้าเรามีแฟนแล้ว เราจะออกมาเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นฟัง เพราะเราเชื่อว่าถ้ามีคนแม้แค่คนเดียวที่อ่านแล้วได้อะไรบางอย่าง มันก็คุ้มค่าแล้ว ไม่ต้องเป็นหมื่นหรือแสนคน แค่คนเดียวที่มันช่วยได้ก็พอ
ทีนี้เรามาคุยเรื่องจริงจังกันดีกว่า คนหล่อคนสวยเนี่ย พวกเขาเจอคนมาเยอะมากในชีวิต คนที่เข้ามาหาก็เพราะหน้าตาเป็นส่วนใหญ่ คนที่ชมก็ชมแต่รูปลักษณ์ ซึ่งถ้าทุกคนมองแค่ผิวเปลือก พวกเขาก็จะรู้สึกว่าไม่มีใครสนใจตัวตนที่แท้จริงของเขาเลย มันเหมือนในเรื่อง Beauty and the Beast ที่ความงามภายนอกไม่ได้การันตีอะไรเลย สิ่งที่สำคัญกว่าคือความงามภายในและการที่มีใครสักคนมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของเรา
พอเรามาถึงจุดนี้แล้ว เราต้องเข้าใจคำว่า "emotional safety" หรือความปลอดภัยทางอารมณ์ ซึ่งแปลง่ายๆ ก็คือความสบายใจที่ทุกคนต้องการในความสัมพันธ์ มันคือพื้นที่ที่เราสามารถเป็นตัวเองได้ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่ต้องกลัวว่าอีกฝ่ายจะโกรธ จะตัดสิน หรือจะทิ้งเราไป
ลองนึกภาพว่าทุกคนเป็นนักแสดง แต่เวลาอยู่กับคนที่เรารัก เราไม่อยากแสดงละครอีกแล้ว เราอยากถอดหน้ากากออกมา อยากพูดว่า "วันนี้เหนื่อย" ได้โดยไม่ต้องทำเป็นแข็งแรง อยากร้องไห้ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะดูอ่อนแอ อยากโง่ได้บ้างโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกดูถูก นี่แหละคือสิ่งที่คนหล่อคนสวยต้องการจริงๆ
เคยได้ยินสำนวน "be yourself" มั้ย ไม่ใช่แค่คำพูดเท่ห์ๆ แต่มันคือสิ่งที่หายากมากในโลกที่ทุกคนต้องปกปิดตัวตนที่แท้จริง ต้องแต่งหน้าทั้งหน้าและทั้งใจ ต้องทำตัวให้ดูดีตลอดเวลา คนที่หาแฟนด้วยรูปลักษณ์อย่างเดียว มักจะพบว่าความสัมพันธ์มันตื้นเขิน เพราะอีกฝ่ายไม่ได้สนใจว่าเราชอบอะไร เกลียดอะไร กลัวอะไร หรือฝันถึงอะไร เขาแค่อยากได้คนที่ดูดีเคียงข้าง
จริงๆ แล้วเรื่องนี้สอนเราว่า ถ้าทุกคนกำลังมองหาความรักอยู่ อย่าไปโฟกัสที่การทำตัวให้ดูดีอย่างเดียว แต่ลองฝึกการเป็นคนที่ทำให้คนอื่นรู้สึกปลอดภัยทางอารมณ์ เป็นคนที่ฟังได้ เข้าใจได้ ไม่ตัดสิน ไม่บังคับให้อีกฝ่ายต้องเป็นแบบที่เราคาดหวัง ให้อีกฝ่ายได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกลัวอะไร
เรื่องนี้เหมือนในหนังเรื่อง Good Will Hunting ที่ตัวเอกเป็นอัจฉริยะแต่มีบาดแผลในใจ แฟนสาวของเขาไม่ได้สวยที่สุดในโลก แต่เธอเป็นคนที่ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นตัวเองได้โดยไม่ต้องแสร้งทำเป็นคนดี ไม่ต้องซ่อนความบอบช้ำ นั่นคือพลังแห่งความสบายใจที่ว่า
ศัพท์ที่ควรรู้เพิ่มคืด "vulnerability" (การเปิดเผยจุดอ่อนของตัวเอง) ซึ่งนักวิจัยด้านความสัมพันธ์อย่าง Brené Brown บอกว่ามันคือรากฐานของความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง คนเราต้องกล้าที่จะแสดงจุดอ่อน แสดงความไม่สมบูรณ์แบบ และต้องมีคนที่ยอมรับสิ่งเหล่านั้นโดยไม่ตัดสิน
บางทีคนที่หล่อสวยกลับเลือกคนที่ธรรมดากว่า ไม่ใช่เพราะไม่มีตัวเลือก แต่เพราะเขารู้สึกว่าคนธรรมดาคนนั้นทำให้เขาไม่ต้องแข่งขัน ไม่ต้องพิสูจน์อะไร ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกเปรียบเทียบ ได้เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่มีความสุข มีความรู้สึก มีจุดอ่อนเหมือนทุกคนบนโลกใบนี้
สรุปง่ายๆ ว่าการมีแฟนนี้
ความสบายใจสำคัญกว่าความหล่อสวยเสียอีก
การเป็นตัวเองได้โดยไม่ต้องกลัวถูกตัดสินคือของขวัญที่ล้ำค่า
คนหล่อสวยก็เหงาได้ถ้าไม่มีใครเข้าใจจิตใจพวกเขา
ความสัมพันธ์ที่ดีต้องสร้างจาก emotional safety ไม่ใช่แค่ physical attraction
การฝึกเป็นคนที่ทำให้คนอื่นรู้สึกปลอดภัยทางอารมณ์คือทักษะที่หาได้ยาก
ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าทุกคนกำลังมองหาความรัก จงจำไว้ว่า "It's not about finding the perfect person, it's about being the safe space for someone" (ไม่ใช่เรื่องของการหาคนที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นเรื่องของการเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับใครสักคน) และบางทีคำตอบที่เราหาอยู่ ก็ไม่ได้อยู่ที่กระจกเงา แต่อยู่ที่หัวใจที่พร้อมจะเปิดรับและเข้าใจกันและกันต่างหาก

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น