ญี่ปุ่นเฮง! แม่นายกคนแรกกวาดเสียงพรวดพราด ตลาดหุ้นพุ่งแตะเพดาน
ญี่ปุ่นเฮง! แม่นายกคนแรกกวาดเสียงพรวดพราด ตลาดหุ้นพุ่งแตะเพดาน
วันนี้เราจะมาเล่าเรื่องที่ญี่ปุ่นกำลังฮือฮากันใหญ่ ซานาเอะ ทาไคชิ นายกหญิงคนแรกของญี่ปุ่น เพิ่งทำสถิติสะเทือนวงการเมืองญี่ปุ่นจนทุกคนอ้าปากค้าง พรรค LDP ของเธอกวาดเสียงไป 316 ที่นั่งจากทั้งหมด 465 ที่นั่งในสภาล่าง
นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสมัยใหม่ตั้งแต่ปี 1947 ที่พรรคเดียวคว้าเสียงข้างมากสองในสามได้สำเร็จ เรียกว่า landslide victory หรือชนะแบบถล่มทลาย เหมือนหิมะถลาภูเขาลงมาเลย
ตลาดหุ้นนิกเกอิตอบรับแรงมาก พุ่งขึ้นไปกว่า 5% ในช่วงเช้าตรู่ ทะลุ 57,000 จุดครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แม้ปิดตัวจะลดลงมาหน่อยที่ระดับ 56,363 แต่ก็ถือว่าเป็นสถิติสูงสุดใหม่แล้ว นี่คือสัญญาณที่นักลงทุนส่งให้ว่าพวกเขาเชื่อมั่นในนโยบายของแม่นายกคนนี้มาก
ที่น่าสนใจคือ ทาไคชิเพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคมที่แล้วเอง แล้วเรียกเลือกตั้งก่อนกำหนดภายในไม่กี่เดือน เหมือนกับ rolling the dice หรือโยนลูกเต้าเสี่ยงโชค แต่คราวนี้เธอโชคดีแตกสตาร์ท ตรงข้ามกับสองนายกก่อนหน้าที่ต้องเจอทั้งเรื่องคอร์รัปชัน เสียเสียงข้างมากในสภา และจัดการเรื่องค่าครองชีพที่พุ่งสูงไม่ได้สักที
เรามาดูกันว่าทำไมเธอถึงชนะขาดลอย ประการแรก เธอเล่นการ์ดอนุรักษ์นิยมได้เก่งมาก ฟื้นเป้าหมายเก่าแก่ของพรรคอย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญสันติภาพของญี่ปุ่น ซึ่งเป็น pacifist constitution หรือรัฐธรรมนูญที่ห้ามญี่ปุ่นมีกองทัพรุกรานหลังสงครามโลกครั้งที่สอง นี่ทำให้ฐานเสียงอนุรักษ์นิยมแน่นเหมือนซูเปอร์กาว
แต่สิ่งที่แปลกใหม่และอัจฉริยะสุดๆ คือเธอดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้ด้วย กระเป๋าถือกับปากกาสีชมพูของเธอกลายเป็นไอเทมฮิตติดเทรนด์ ใครจะคิดว่าของใช้ส่วนตัวจะกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองได้ขนาดนี้ เหมือนคนแต่งหนังสือ The Prince ของมาเคียเวลลีเขียนไว้ว่า "ผู้นำต้องรู้จักใช้ทั้ง fox และ lion" คือต้องฉลาดเหมือนสุนัขจิ้งจอกและแข็งแกร่งเหมือนราชสีห์ ทาไคชิเล่นทั้งสองอย่างได้เป๊ะ
นโยบายของเธอก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เธอสัญญาว่าจะทำ aggressive fiscal policy หรือนโยบายการคลังแบบรุกไปข้างหน้า ลดภาษี เพิ่มงบประมาณลงทุนในภาคส่วนสำคัญอย่างกลาโหม และ AI ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นน้ำมันเติมเครื่องให้กับกระทิงตลาดหุ้นที่กำลังวิ่งอยู่แล้ว
แต่ทุกคนอย่าลืมว่าเหรียญมีสองด้านเสมอ ญี่ปุ่นมีหนี้สาธารณะสูงลิ่วฟ้าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีหนี้ต่อจีดีพีสูงที่สุดในโลก แล้วเงินที่จะเอามาทำนโยบายเหล่านี้จะมาจากไหน นักลงทุนพันธบัตรรัฐบาลกับสกุลเงินเยนยังไม่ค่อยมั่นใจนัก เพราะกลัวว่าการกู้เงินเพิ่มอาจทำให้เศรษฐกิจที่เปราะบางอยู่แล้วพังหนักขึ้นไป เรียกว่า walking on thin ice หรือเดินบนน้ำแข็งบาง อันตรายอยู่เหมือนกัน
อีกปัญหาใหญ่ที่ญี่ปุ่นเจอคือสังคมสูงวัย ประชากรลดลง แรงงานหาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายดูแลผู้สูงอายุพุ่งสูง เหมือนเป็นหนามยอกในเนื้อ การจะแก้ปัญหาโครงสร้างแบบนี้ต้องใช้เวลาและเงินทุนมหาศาล ไม่ใช่แค่ประกาศนโยบายสวยหรูแล้วจบ
ที่น่าติดตามคือดราม่าระหว่างประเทศด้วย โดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐออกมาแสดงความยินดีและบอกว่าเป็น honor หรือเกียรติอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนเธอก่อนการเลือกตั้ง เมื่อสัปดาห์แรกที่ทาไคชิเข้ารับตำแหน่ง ทรัมป์แวะญี่ปุ่นพอดี ภาพที่ทั้งสองยืนชกกำปั้นหน้าทหารอเมริกันนับพันคนกลายเป็นภาพที่คนทั้งโลกจับตา ในเดือนมีนาคมเธอจะไปวอชิงตันเพื่อพบทรัมป์อีกครั้ง แสดงว่าความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-สหรัฐน่าจะแน่นแฟ้นขึ้น
จากมุมมองของเรา นี่คือการพลิกโฉมหน้าการเมืองญี่ปุ่นครั้งใหญ่ หลังจากหลายปีที่พรรค LDP เดินสะดุด การที่ผู้หญิงคนแรกมาเป็นนายกและทำผลงานได้ระดับนี้ ถือเป็นก้าวกระโดดสำคัญในสังคมที่ยังค่อนข้างอนุรักษ์นิยมเรื่องเพศสภาพ แต่สิ่งที่เราควรจับตาคือนโยบายเหล่านี้จะเดินไปได้ไกลแค่ไหน เพราะอย่างที่ว่า the devil is in the details หรือปีศาจอยู่ในรายละเอียด การประกาศใหญ่โตง่าย แต่การทำให้สำเร็จนี่ต่างหาก
สำหรับทุกคนที่กำลังติดตามสถานการณ์โลก เรื่องนี้สอนให้เห็นว่าการเมืองกับเศรษฐกิจเดินคู่กันแน่นมาก เมื่อมีความชัดเจนทางการเมือง ตลาดก็มีความมั่นใจ แต่การจะรักษาความมั่นใจนั้นได้นานต้องมีมากกว่าแค่คำพูด ต้องมีผลลัพธ์จริงๆ ที่จับต้องได้ นี่คือบทเรียนสำคัญที่เราควรเก็บไว้ในหัว
ปล. ถ้าทาไคชิทำสำเร็จจริงๆ อาจกลายเป็นต้นแบบให้ผู้นำหญิงทั่วเอเชียก็ได้นะ แต่ถ้าพลาดไปซะก่อน อาจกลายเป็นบทเรียนราคาแพงแทน ให้ติดตามกันต่อไป

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น