Melinda French Gates อดีตภรรยาของ Bill Gates มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Microsoft ออกมาพูดในพอดแคสต์ NPR ว่าเธอรู้สึก "เศร้าอย่างเหลือเชื่อ"
เรื่องมันเป็นอย่างนี้ Melinda French Gates อดีตภรรยาของ Bill Gates มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Microsoft ออกมาพูดในพอดแคสต์ NPR ว่าเธอรู้สึก "เศร้าอย่างเหลือเชื่อ" เกี่ยวกับเรื่องที่สามีเก่าของเธอถูกเอ่ยชื่อในเอกสารที่เกี่ยวกับ Jeffrey Epstein คนชั่วที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่ง Epstein นี่แหละคืออาชญากรทางเพศที่มีเครือข่ายกับคนดังคนมีอำนาจมากมาย
Melinda บอกว่า "ฉันดีใจมากที่ได้หนีออกมาจากความโคตรสกปรกเหล่านั้น" (ใช้คำว่า muck ซึ่งแปลว่าโคลน หรือสิ่งสกปรก คล้ายกับเราพูดว่า "ความวุ่นวายเละเทะ") และเธอก็บอกอีกว่าคนที่ถูกเอ่ยชื่อในเอกสารเหล่านั้น รวมถึงอดีตสามีของเธอ ต้องออกมาตอบคำถามเองนะ ไม่ใช่เธอ
ทีนี้เราต้องเข้าใจก่อนว่า Bill Gates ไม่ได้ถูกกล่าวหาว่าทำอะไรผิดกฎหมายกับเหยื่อของ Epstein และการที่ชื่อเขาปรากฏในเอกสารก็ไม่ได้หมายความว่าเขาทำอะไรผิดกฎหมาย แต่ปัญหาคือในเอกสารที่ออกมามีข้อกล่าวหาจาก Epstein เองว่า Bill Gates ติดโรคติดต่อทางเพศ (sexually transmitted disease หรือ STD) ซึ่งโฆษกของ Bill Gates ออกมาปฏิเสธอย่างหนักว่า "ไร้สาระสุดๆ และเท็จทั้งหมด" โดยเรียก Epstein ว่าเป็น "คนโกหกที่ไม่พอใจ" (disgruntled liar)
มันเหมือนในเรื่อง Mean Girls ที่ Regina George พยายามทำลายชื่อเสียงคนอื่น แต่เวอร์ชันนี้มันร้ายกาจกว่ามาก เพราะ Epstein พยายามจะใช้ข้อมูลปลอมมาขู่เข็ญหรือทำลายชื่อเสียงคนที่ไม่ยอมเป็นเพื่อนกับเขาต่อ
เอกสารที่ออกมามีอีเมลสองฉบับที่เขียนวันที่ 18 กรกฎาคม 2013 ซึ่งดูเหมือนจะเป็นฉบับร่างที่ Epstein เขียนเอง แต่ไม่แน่ใจว่าส่งให้ Gates จริงหรือเปล่า เพราะมันถูกส่งจากอีเมลของ Epstein กลับไปที่อีเมลของ Epstein เองอีกที อีเมลฉบับหนึ่งเขียนเป็นจดหมายลาออกจาก Bill and Melinda Gates Foundation (มูลนิธิการกุศลของพวกเขา) โดยบ่นว่าต้อง "จัดหายาให้ Bill เพื่อรับมือกับผลที่ตามมาจากการมีเซ็กส์กับผู้หญิงรัสเซีย" อีกฉบับหนึ่งเริ่มต้นด้วย "ถึง Bill ที่รัก" แล้วก็บ่นว่า Bill ยุติมิตรภาพ และยังกล่าวหาว่า Bill พยายามปิดบังเรื่องโรคติดต่อทางเพศ แม้กระทั่งจากภรรยาของเขาเองตอนนั้นคือ Melinda
สื่อสหรัฐรายงานว่าก่อนจะหย่ากัน Melinda เคยไม่พอใจเรื่องที่สามีของเธอมีความสัมพันธ์กับ Epstein มาก่อนแล้ว และหลังจากประกาศหย่าร้าง Bill Gates ก็ยอมรับว่าเขามีชู้กับพนักงาน Microsoft ในปี 2019
ตอนนี้เราต้องมาวิเคราะห์กันหน่อยว่าทำไมเรื่องนี้มันถึงสำคัญ ประเด็นไม่ใช่แค่ว่า Bill Gates เคยไปทานข้าวกับ Epstein (ซึ่ง Bill บอกว่าแค่ทานข้าวเย็นกันหลายมื้อเพื่อคุยเรื่องโครงการการกุศลที่ไม่เคยเกิดขึ้น) แต่ประเด็นคือความไว้วางใจในความสัมพันธ์ การที่คนหนึ่งไปสมาคมกับคนที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ทั้งที่รู้ว่า Epstein ถูกตัดสินว่าผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง 14 ปีในปี 2008 แล้ว มันส่งสัญญาณอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ judgment (วิจารณญาณ หรือการตัดสินใจ) ของคนๆ นั้น
นี่มันเหมือนเรื่อง The Great Gatsby ที่ Jay Gatsby พยายามสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นคนดี แต่ความจริงเบื้องหลังกลับมีเรื่องมืดมนซ่อนอยู่ บางทีคนที่เราคิดว่ารู้จักดี กลับมีอีกหน้าหนึ่งที่เราไม่เคยเห็น
สิ่งที่น่าสนใจคือท่าทีของ Melinda เธอไม่ได้ออกมาโจมตีอดีตสามีโดยตรง แต่เธอบอกว่า "คำถามเหล่านั้นเป็นเรื่องของคนเหล่านั้น และแม้กระทั่งอดีตสามีของฉัน พวกเขาต้องตอบเอง ไม่ใช่ฉัน" มันเป็นการตั้งขอบเขต (boundary) ที่ชัดเจนมาก เธอไม่รับผิดชอบต่อการกระทำของคนอื่น แม้จะเป็นคนที่เคยอยู่ด้วยกันมา 27 ปี
ในศัพท์ภาษาอังกฤษมีคำว่า "You can't pour from an empty cup" (เราเทน้ำจากถ้วยเปล่าไม่ได้) หมายความว่าถ้าเราเองยังไม่ดีพอ เราก็ดูแลคนอื่นไม่ได้ การที่ Melinda เลือกที่จะออกมาจาก "หล่มโคลน" นี่มันเป็นการดูแลตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว
ทีนี้เราก็ต้องระวังอย่าเชื่อทุกอย่างที่เห็น เอกสารเหล่านี้แม้จะออกมาจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างในนั้นเป็นความจริง โดยเฉพาะอีเมลที่ Epstein เขียนเองและอาจจะไม่เคยส่งจริงๆ มันอาจจะเป็นแค่เครื่องมือขู่เข็ญที่เขาเตรียมไว้ Epstein เป็นที่รู้กันว่าชอบเก็บข้อมูลของคนดังคนมีอำนาจไว้เพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง (leverage คือการใช้อำนาจหรือข้อมูลเพื่อบังคับให้อีกฝ่ายทำตามที่เราต้องการ)
Epstein เสียชีวิตในคุกนิวยอร์กในปี 2019 ขณะรอพิจารณาคดีค้ามนุษย์ทางเพศ ก่อนตายเขามีเครือข่ายกับคนดังคนมีอำนาจมากมาย ตั้งแต่เซเลบริตี้ เจ้าของธุรกิจ ไปจนถึงผู้นำระดับโลก และบางคนยังคงติดต่อกับเขาแม้หลังจากที่เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดในปี 2008 แล้ว
ประเด็นที่เราควรเอาไปคิดต่อคือ ทำไมคนที่มีอำนาจมีเงินมากขนาดนั้น ถึงยังคงเข้าหาคนที่มีประวัติอาชญากรรมทางเพศชัดเจน มันเป็นเรื่องของความหลงผิด หรือเป็นเรื่องของอำนาจที่ทำให้คิดว่าตัวเองอยู่เหนือกฎหมาย หรือพวกเขาแค่ไร้สามัญสำนึกไปแล้ว
สิ่งที่ Melinda ทำได้ดีที่สุดคือเธอเลือกที่จะออกมา เธอเลือกที่จะไม่ยืนเคียงข้างคนที่ทำให้เธอต้องทนทุกข์ และเธอก็ไม่ได้ปิดบังความรู้สึกของตัวเอง การยอมรับว่า "มันเจ็บปวด" นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของการเยียวยา (healing)
บทเรียนสำหรับทุกคนคือ ไม่ว่าเราจะอยู่กับใครมานานแค่ไหน ไม่ว่าอีกฝ่ายจะรวยหรือมีชื่อเสียงแค่ไหน ถ้ามันทำให้เราต้องอยู่ใน "หล่มโคลน" ที่เต็มไปด้วยความโกหก ความทรยศ และความสกปรก เราก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกออกมา
และอย่าลืมว่า "The truth will set you free, but first it will piss you off" (ความจริงจะทำให้เราเป็นอิสระ แต่ก่อนอื่นมันจะทำให้เราโกรธมากก่อน) Melinda ผ่านความโกรธมาแล้ว ตอนนี้เธอกำลังใช้ชีวิตที่เป็นอิสระของเธอเอง
สุดท้ายแล้ว ไม่มีใครสมควรต้องรับผิดชอบต่อความผิดพลาดของคนอื่น แม้แต่คนที่เคยเป็นคู่ชีวิตเรามาก่อน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น