เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกองทัพอากาศสหรัฐฯ 5 ลำ โดนขีปนาวุธอิหร่านถล่มกลางลานจอดที่ฐานทัพอากาศปรินซ์สุลต่าน ในซาอุดีอาระเบีย
เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกองทัพอากาศสหรัฐฯ 5 ลำ โดนขีปนาวุธอิหร่านถล่มกลางลานจอดที่ฐานทัพอากาศปรินซ์สุลต่าน ในซาอุดีอาระเบีย เสียหายหนักแต่ยังไม่แตกเป็นเสี่ยง และไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุนี้
เรื่องนี้มันสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ (aerial refueling tanker) พวก KC-135 หรือ KC-46 นี่คือ "ตัวทวีคูณพลังรบ" (force multiplier) ของกองทัพสหรัฐฯ ถ้าไม่มีมัน เครื่องบินรบก็บินได้ใกล้ ตีได้แคบ ทำภารกิจได้สั้น มันเหมือนกับว่าเราไปเผาปั๊มน้ำมันทิ้งก่อนสงคราม แค่นั้นก็เจ็บแล้ว
ฐานทัพอากาศปรินซ์สุลต่าน (Prince Sultan Air Base หรือที่เรียกย่อว่า PSAB) อยู่ห่างจากกรุงริยาดประมาณ 130 กิโลเมตร เป็นฐานสำคัญที่สหรัฐฯ ใช้จัดวางกำลังในภูมิภาคตะวันออกกลางมาตั้งแต่ยุคสงครามอ่าว และถูกเปิดใช้ใหม่อีกครั้งในช่วงความตึงเครียดกับอิหร่านในปี 2019 เพราะฉะนั้นการที่ขีปนาวุธอิหร่านไปถึงตรงนั้นได้ มันไม่ใช่ "แค่โชคดีของอิหร่าน" แต่มันบอกว่าระบบป้องกันขีปนาวุธ (missile defense) ของฝ่ายสหรัฐฯ และซาอุฯ มีช่องโหว่อยู่จริง
แล้วสงครามนี้เริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ ทุกคนถามกัน คำตอบคือ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอย่างเป็นทางการ หลังจากความตึงเครียดสะสมมานานหลายปีในเรื่องโครงการนิวเคลียร์ การคว่ำบาตร และปฏิบัติการ proxy (ตัวแทน) ในภูมิภาค ซึ่งช่วงเวลาแค่สองสัปดาห์กว่าที่ผ่านมา ความเสียหายของทั้งสองฝ่ายก็สะสมมาพอสมควรแล้ว
สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านี้หนึ่งวันก็คือ KC-135 อีกลำหนึ่งตกในอิรักตะวันตก เสียลูกเรือไปทั้งหมด 6 นาย โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่ใช่การยิงจากศัตรู แต่เป็นอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินอีกลำ ฟังดูเป็นเรื่อง mid-air incident ซึ่งพูดตรงๆ ก็คือการสูญเสียชีวิต 6 คนในสภาพสงครามมันหนักมากอยู่ดี ไม่ว่าจะมาจากกระสุนข้าศึกหรือไม่ก็ตาม
เรานึกถึง Sun Tzu ใน "ตำราพิชัยสงคราม" ที่บอกว่า "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง" แต่ในสงครามยุคนี้ที่อิหร่านเลือกตีเป้าหมายด้านโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) อย่างเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงแทนที่จะไปตีนักบินหรือเรือรบโดยตรง มันเป็นการใช้หลักที่นักยุทธศาสตร์เรียกว่า "asymmetric warfare" (สงครามอสมมาตร) คือเลือกตีจุดที่คุ้มค่าที่สุดโดยใช้ต้นทุนน้อยที่สุด ขีปนาวุธหนึ่งลูกเสียหายเครื่องบินห้าลำ คณิตศาสตร์มันชัดเจนมาก
สิ่งที่น่าจับตามองต่อจากนี้คือ ราคาน้ำมันที่กำลังพุ่งขึ้นเพราะช่องแคบฮอร์มุซตึงเครียด บวกกับการที่รัสเซียมีรายงานว่าส่งข่าวกรองให้อิหร่านชี้เป้าโจมตี ซึ่งถ้าจริง มันจะทำให้โลกนี้ซับซ้อนขึ้นไปอีกหลายชั้น เพราะตอนนี้สงครามในตะวันออกกลางกับสงครามในยูเครนกำลังพันกันเป็นปม ใครแก้ได้ก็ถือว่าเก่งระดับ Sherlock Holmes แล้ว
- สงครามที่เห็นบนพาดหัวข่าวไม่ได้วัดแค่ว่าใครยิงโดนกี่คน แต่วัดที่ใครทำให้อีกฝ่ายทำงานได้ยากขึ้น ตีโลจิสติกส์ (logistics) คือตีหัวใจของกองทัพ บทเรียนนี้ใช้ได้กับชีวิตการทำงานด้วยเหมือนกัน ถ้าอยากสู้ใครสักคน ไม่ต้องสู้ตรงๆ แค่ทำให้ระบบสนับสนุนของเขาสั่นคลอน
- การสูญเสียชีวิตในสนามรบไม่ว่าจากสาเหตุใด มันเตือนเราว่าสงครามมีต้นทุนจริงที่จ่ายด้วยชีวิตมนุษย์เสมอ ไม่มีสงครามไหนที่ "สะอาด"
- "Force multiplier" ในชีวิตจริงของเรา คือทักษะ เครือข่าย และสุขภาพ ถ้าสิ่งเหล่านี้พัง ความสามารถอื่นก็ลดลงตามไปด้วย ดูแลมันไว้ให้ดี

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น