กองทุนน้ำมันฯ กำลังแบกโลกไว้บนหลัง แบบที่ Atlas ในเทพนิยายกรีกคงเข้าใจดี
กองทุนน้ำมันฯ กำลังแบกโลกไว้บนหลัง แบบที่ Atlas ในเทพนิยายกรีกคงเข้าใจดี
เรื่องมันเริ่มจากช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) — ช่องทางน้ำแคบๆ ระหว่างอิหร่านกับโอมาน ที่น้ำมันดิบกว่า 20% ของโลกต้องผ่านทุกวัน ตอนนี้มันปิดจากการสู้รบในตะวันออกกลาง แค่นี้แหละ ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 9.7% ไปแตะเกือบ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน Brent ทะลุ 100 ดอลลาร์ไปแล้ว ซึ่งก็หมายความว่าทุกคนที่ขับรถในไทยกำลังนั่งอยู่บนระเบิดเวลาเรื่องราคาน้ำมัน
รัฐบาลไทยพยายามประคองชีวิตคนด้วยการตรึงราคาดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร แต่ราคาตลาดจริงมันสูงกว่านั้นประมาณ 16-17 บาทต่อลิตร เท่ากับว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Fund) ต้องควักเงินชดเชยส่วนต่างนี้ทุกลิตรที่มีคนเติม และเมื่อคนไทยใช้ดีเซลกันวันละมหาศาล ตัวเลขที่ไหลออกจากกองทุนจึงอยู่ที่ 1,000-1,700 ล้านบาทต่อวัน แค่จากดีเซลอย่างเดียว
นึกภาพง่ายๆ นะ ถ้าเพื่อนคนหนึ่งยืมเงินเราวันละพันกว่าบาทโดยไม่มีกำหนดคืน หลายๆ วันเข้า เราก็เริ่มสงสัยว่าหน้าตักตัวเองมีแค่ไหน
ปัญหาจริงๆ คือบัญชีก๊าซ LPG ของกองทุนติดลบอยู่เกือบ 38,000 ล้านบาทอยู่แล้วก่อนวิกฤตนี้จะมาถึง และตอนนี้ภาพรวมกองทุนกำลังจะติดลบหนักอีกรอบ คาดว่าจะแตะ -10,000 ล้านบาทภายในกลางเดือนนี้
สิ่งที่น่าสนใจทางประวัติศาสตร์คือ ไทยเคยผ่านจุดนี้มาแล้วในปี 2565 ตอนสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตอนนั้นกองทุนเคยติดลบสูงสุดแตะ 130,000 ล้านบาท รัฐบาลต้องออกพระราชกำหนด (Emergency Decree) ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้วงเงิน 150,000 ล้านบาท และกองทุนก็กู้จริง แบกหนี้ไปชำระยาวจนถึงปี 2571-2572 ตอนนี้ก็กำลังเตรียมทำแบบเดิมอีกรอบ
เรื่องนี้มันชวนให้นึกถึงแนวคิดของ Nassim Taleb ที่เขียนไว้ในหนังสือ Antifragile ว่าระบบที่ดูเหมือนมั่นคงเพราะถูกพยุงไว้ตลอดเวลา แท้จริงแล้วกำลังสะสมความเปราะบางที่มองไม่เห็นอยู่ข้างใน กองทุนน้ำมันไทยเป็นตัวอย่างที่คลาสสิกมาก ดูเหมือนว่าราคาน้ำมันไม่ขึ้น แต่ข้างในระบบสะสมหนี้เงียบๆ ไปเรื่อยๆ
รัฐบาลยังมีมาตรการอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น เพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซล B100 จาก 5% เป็น 7% เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า ส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์ E20 เพิ่มกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย นำเข้าไฟฟ้าจากลาวเพิ่ม และขอให้ประชาชนทำงานจากบ้าน ตั้งแอร์ 26 องศา ซึ่งถ้าทำจริงจังทั่วประเทศคาดว่าจะประหยัดพลังงานได้ประมาณ 10%
สำหรับเรื่องน้ำมันหมดปั๊มที่เห็นข่าวกันนั้น สาเหตุหลักคือ Panic Buying หรือการที่คนแห่เติมน้ำมันพร้อมกันเพราะกลัวราคาขึ้น ปริมาณที่ PTG ต้องจ่ายพุ่งจาก 10 ล้านลิตรต่อวันเป็น 25 ล้านลิตรในชั่วข้ามคืน รถขนส่งวิ่งไม่ทัน ไม่ใช่ว่าน้ำมันหมดประเทศ แต่ Logistics ล่ม เหมือนห้างขายหมดเพราะคนแห่ซื้อกระดาษทิชชู่ในช่วงโควิด ตัวน้ำมันสำรองของประเทศยังมีอยู่ประมาณ 95 วัน
- วิกฤตพลังงานสอนให้รู้ว่าสิ่งที่เราควบคุมได้ในชีวิตคือพฤติกรรมของตัวเอง ไม่ใช่ราคาตลาดโลก การประหยัดพลังงานในชีวิตประจำวันไม่ใช่แค่เรื่องจิตสำนึก แต่คือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับกระเป๋าตัวเองด้วย
- ระบบที่ดีไม่ใช่ระบบที่ไม่มีวิกฤต แต่คือระบบที่มีแผนสำรองพร้อมเมื่อวิกฤตมาถึง (Resilience)
- การที่กองทุนน้ำมันต้องเป็นหนี้ซ้ำซากทุกรอบวิกฤตโลก บอกเราว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศต้องลงทุนกับพลังงานทางเลือก (Renewable Energy) อย่างจริงจัง ไม่ใช่รอให้ไฟไหม้แล้วค่อยหาน้ำมาดับทุก 3-4 ปี

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น