ความรักมันไม่มีใครบอกก่อนหรอกว่า "เฮ้ กูมีข้อเสียแบบนี้นะ อยากคบมั้ย?"
ความรักมันไม่มีใครบอกก่อนหรอกว่า "เฮ้ กูมีข้อเสียแบบนี้นะ อยากคบมั้ย?" ทุกคนรู้ดี ช่วงแรกที่คบกันมันคือยุคทองแห่งการแสดงแต่ข้อดี เหมือนเปิด trailer หนัง Marvel ที่ตัดแต่ฉากดีออกมาทั้งนั้น ไม่มีใครเอาฉากพระเอกนอนกรนใส่หน้าพระนางมาใส่ใน trailer หรอก
แต่พอคบไปสักพัก ยิ่งอยู่ด้วยกัน โลกความจริงมันก็ทยอย unlock ออกมาทีละ DLC (เนื้อหาเสริมที่ต้องจ่ายเพิ่ม) และ DLC พวกนี้ไม่มีขายในร้าน มันแถมมากับคนที่เราเลือกแล้ว
เรารู้สึกว่าสิ่งที่ทำให้คนสองคนอยู่ด้วยกันได้จริงๆ มันไม่ใช่ความเข้ากันแบบ 100% หรอก คนที่เข้ากันแบบ 100% มีแต่ในนิยายที่ตัวละครมีแค่ 2 มิติ
นักจิตวิทยาชื่อดัง John Gottman วิจัยคู่รักหลายพันคู่มาหลายทศวรรษ แล้วพบว่า 69% ของปัญหาในความสัมพันธ์คือ "perpetual problems" (ปัญหาถาวร) ซึ่งหมายความว่ามันไม่มีวันหายไป คู่ที่รอดไม่ใช่คู่ที่แก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง แต่คือคู่ที่เรียนรู้จะ "manage" ปัญหานั้นโดยไม่ให้มันกินชีวิต
ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น อีกคนพูดน้อย ทุกคนต้องเจอกับโมเมนต์ที่นั่งด้วยกันแล้วเงียบกริบ เราก็นึกว่าเขาโกรธมั้ย เขาเบื่อมั้ย เขาไม่รักแล้วมั้ย สมองมันปั่นเองทั้งนั้น ทั้งที่จริงเขาแค่เป็นคนไม่ชอบพูดตั้งแต่เกิด บางทีมันไม่มีความหมายอะไรเลย
วิธีที่ใช้ได้จริงคืออะไร ก็คือหาอะไรทำของตัวเองไปก่อน แล้วปล่อยให้เขาเป็นอย่างที่เขาเป็น แนวคิดนี้ในภาษาอังกฤษเรียกว่า "differentiation" (การมีตัวตนของตัวเองในความสัมพันธ์) ซึ่งหมายถึงความสามารถในการเป็นตัวเองได้ โดยไม่ต้องการให้อีกคนเติมเต็มทุกช่องโหว่ในชีวิต
และนี่คือจุดที่โค้ชตามอินเทอร์เน็ตมักพลาด เพราะสอนแบบ theory สวยงาม ฟังแล้วรู้สึกว่า "ใช่เลย" แต่พอเจอของจริงมันก็เป็นอีกเรื่อง ความรู้กับการนำไปใช้มันมีช่องว่างกว้างมากเสมอ
สิ่งที่เราคิดว่าสำคัญจริงๆ คือการชอบใครสักคนในฐานะ "package deal" (ชุดรวม) ไม่ใช่ชอบแค่ข้อดีของเขา แต่รับได้กับข้อเสียที่แก้ไม่ได้ด้วย เหมือนที่ Rainer Maria Rilke กวีชาวเยอรมันเขียนไว้ว่า ความรักที่แท้จริงคือการที่คนสองคน "รักษาความเป็นตัวเอง" ไว้ได้ในขณะที่อยู่ด้วยกัน ไม่ใช่การกลืนกันจนกลายเป็นคนเดียว
สรุปสั้นๆ สำหรับใครที่ยังงงอยู่
- ก่อนคบไม่มีใครรู้ข้อเสียกัน มันปกติมาก ไม่ใช่ความผิดของใคร
- ปัญหาส่วนใหญ่ในความสัมพันธ์ไม่มีวันหายไป แต่เราเลือกได้ว่าจะให้มันกินพื้นที่มากแค่ไหน
- การปล่อยวางไม่ได้แปลว่าไม่สนใจ แต่แปลว่ายอมรับว่าบางอย่างมันอยู่นอกอำนาจเรา
- ชอบคนทั้งคน ไม่ใช่แค่ชอบเวอร์ชั่น highlight reel ของเขา

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น