"ไม่มีใครเปลี่ยนผู้ชายได้ ถ้าเขาไม่อยากเปลี่ยนเอง"

 แฟนเราพูดอะไรบางอย่างที่ฟังดูธรรมดา แต่พอคิดดูดีๆ มันโหดมากเลยนะ

เขาบอกว่า "ไม่มีใครเปลี่ยนผู้ชายได้ ถ้าเขาไม่อยากเปลี่ยนเอง"



เราได้ยินแล้วก็แบบ... โอเค นั่งคิดอยู่สักพัก แล้วก็พยักหน้าช้าๆ เหมือนตอนที่ Neo เพิ่งรู้ว่า Matrix คืออะไร อ้อ โลกมันเป็นแบบนี้นี่เอง

เรื่องนี้มันพูดถึงอะไรที่หลายคนเจ็บปวดมาตลอดชีวิต นั่นคือการพยายาม "fix" คนที่รัก คำว่า fix ในที่นี้แปลว่าพยายามแก้ไข ซ่อมแซม หรือดัดนิสัยคนอื่น ซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมในความสัมพันธ์ที่ทำแล้วเหนื่อยมากแต่ก็ไม่หยุดทำ

นักจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า "Locus of Control" หรือ "ศูนย์กลางการควบคุม" แนวคิดนี้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนจะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อแรงผลักดันมันมาจากข้างใน ไม่ใช่จากแรงกดดันข้างนอก ถ้าใครเปลี่ยนเพราะถูกบังคับหรือถูกขอร้อง มันจะเปลี่ยนแค่ชั่วคราวแล้วก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม เหมือนยางรัดผมที่ยืดออกได้แต่สุดท้ายก็ดีดกลับ

Leo Tolstoy เคยเขียนไว้ในนิยาย Anna Karenina ว่าครอบครัวที่มีความสุขมักเหมือนกัน แต่ครอบครัวที่ทุกข์ทนนั้นทุกข์กันคนละแบบ และส่วนใหญ่ความทุกข์นั้นเกิดจากการที่คนสองคนพยายามทำให้อีกคนกลายเป็นคนที่ตัวเองอยากให้เป็น แทนที่จะรักคนที่เขาเป็นอยู่จริงๆ

ประเด็นที่ลึกกว่านั้นคือ การรักใครสักคน เราไม่ได้รักแค่ตัวเขา เรารัก "package" ทั้งหมดของเขา คำว่า package ในที่นี้หมายถึงชุดรวมของทุกอย่างที่ติดมากับคนคนนั้น ทั้งนิสัยดี นิสัยหงิด ความกลัวที่เขาไม่กล้าบอกใคร ความฝันที่ยังไม่สำเร็จ ครอบครัวที่บางทีก็วุ่นวาย เพื่อนที่เราอาจไม่ชอบบางคน และสิ่งที่เราเรียกสวยๆ ว่า "baggage" หรือ "กระเป๋าเดินทางทางจิตใจ" ที่ทุกคนต่างหิ้วติดตัวมาจากอดีต

และนี่แหละคือส่วนที่หลายคนไม่ชอบฟัง

รักใครได้ก็ต้องรักความสุขที่เขาให้ได้ และรักความทุกข์ที่มากับเขาได้ด้วย ไม่ใช่รักแต่ไฮไลต์ชีวิตเขา แล้วพอเจอส่วนที่ไม่งามก็พยายามเอามือปิดกล้องไว้

นักจิตบำบัดชื่อ Carl Rogers ผู้คิดค้นแนวทางการบำบัดแบบ Humanistic Psychology บอกว่าการเปลี่ยนแปลงตัวเองที่ยั่งยืนที่สุดเกิดขึ้นในบรรยากาศของการยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข หรือที่เรียกว่า "Unconditional Positive Regard" นั่นแปลว่าคนเราจะกล้าเติบโตได้ดีที่สุดเมื่อรู้สึกว่าตัวเองได้รับการยอมรับในแบบที่เป็นอยู่ ไม่ใช่ในแบบที่คนอื่นอยากให้เป็น

พูดง่ายๆ คือยิ่งเราพยายามดัดนิสัยใครโดยที่เขาไม่อยากเปลี่ยน เขายิ่งดื้อและไม่เปลี่ยน แต่ถ้าเรายอมรับเขาในแบบที่เขาเป็น บางทีเขาอาจเปลี่ยนเองโดยที่เราไม่ต้องออกแรงเลยสักนิด แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะเปลี่ยนนะ เพราะมันขึ้นอยู่กับเขาคนเดียว

ดังนั้นสิ่งที่ฉลาดที่สุดที่ทำได้ในความสัมพันธ์คือการรู้จักตัวเองก่อนว่า เราอยู่กับ package นี้ได้ไหม รับได้ไหมกับของแถมทุกอย่างที่มากับเขา ทั้งวันดีและวันร้าย ทั้งเวอร์ชั่นที่เขาเก่งและเวอร์ชั่นที่เขาพัง

ถ้ารับได้ก็รัก ถ้ารับไม่ได้ก็ต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง เพราะการพยายามรักใครแล้วลับหลังก็หวังว่าเขาจะกลายเป็นคนอื่น มันไม่ใช่ความรักหรอก มันคือโปรเจกต์รีโนเวทที่เราใช้มนุษย์เป็นวัตถุดิบ

  • ไม่มีใครเปลี่ยนคนอื่นได้ถ้าเขาไม่อยากเปลี่ยนด้วยตัวเอง
  • การรักใครคือการรักทั้ง package ไม่ใช่แค่ไฮไลต์ที่ชอบ
  • การยอมรับคนในแบบที่เขาเป็นคือพื้นที่ที่ทำให้การเติบโตเกิดขึ้นได้จริง
  • ถามตัวเองก่อนว่ารับ package นี้ได้ไหม ก่อนจะตัดสินใจรัก

ความคิดเห็น