โอเค พี่จุ้ยส่งเรื่องบันไดส.น.สุทธิสารที่กำลังเป็นไวรัลมาให้ดู

 โอเค พี่จุ้ยส่งเรื่องบันไดส.น.สุทธิสารที่กำลังเป็นไวรัลมาให้ดู เรื่องนี้มันฮาดี แต่ก็ทำให้เราคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาเหมือนกัน

เริ่มจากตัวข่าวก่อนนะ มีภาพบันไดในอาคารสน.สุทธิสารที่ดูเหมือนสร้างมาเพื่อขึ้นไปแล้วชนเพดานเฉยเลย ไม่มีประตู ไม่มีทางออก ขึ้นไปแล้วก็คือ... อยู่นั่นแหละ คนเห็นภาพนี้แล้วก็ตีความทันทีแบบที่มนุษย์ทุกคนทำเมื่อเห็นของแปลก นั่นคือ "นี่มันงบหายไปไหน"
แต่ความจริงคืออาคารมันยังสร้างไม่เสร็จ ในวงการก่อสร้างเขาเรียกว่าการทำงานแบบ Phased Construction (การก่อสร้างเป็นระยะ) ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากในโครงการขนาดใหญ่ คือสร้างโครงสร้างหลักไว้ก่อน แล้วค่อยทำส่วนต่อเชื่อมทีหลัง บันไดที่เห็นนั้นอาจรอให้ชั้นถัดไปสร้างเสร็จก่อนแล้วค่อยเปิด ไม่ได้แปลว่าตันถาวร
ปัญหาคือไม่มีป้ายอธิบายอะไรเลย และก็ไม่ได้ล้อมรั้วหรือกั้นไม่ให้คนเข้าไปถ่ายรูป
เรานึกถึง Inception (หนังของ Christopher Nolan) ตอนที่ฝันในฝัน คนดูงงหัวหมุนเพราะข้อมูลไม่ครบ แต่สมองมันก็ยังพยายามสร้างความหมายขึ้นมาเองอยู่ดี บันไดนี้มันให้ความรู้สึกแบบนั้นพอดี คือดูแล้วสมองพัง
และนี่คือประเด็นที่น่าสนใจกว่า
ในวงการ UX Design (การออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้งาน) มีหลักการหนึ่งที่เรียกว่า Affordance (สิ่งที่รูปร่างของวัตถุบอกว่าควรใช้ยังไง) บันไดมันบอกทุกคนโดยธรรมชาติว่า "ขึ้นมาสิ" เพราะนั่นคือฟังก์ชันที่ชัดเจนที่สุดของมัน พอขึ้นมาแล้วไม่มีทางไปต่อ สมองมันก็ตีความว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไงก็ตาม
มีนักจิตวิทยาชื่อ Daniel Kahneman เขียนหนังสือชื่อ Thinking, Fast and Slow อธิบายว่าสมองมนุษย์ตัดสินใจด้วยระบบเร็ว (Fast Thinking) ก่อนเสมอ แล้วค่อยใช้ระบบช้า (Slow Thinking) มาตรวจสอบทีหลัง พอเห็นบันไดตันปุ๊บ ระบบเร็วมันตีตราว่า "ของงง" ไปแล้ว แม้ระบบช้าจะมาบอกทีหลังว่า "โอเคมันยังไม่เสร็จ" แต่ความรู้สึกแรกมันฝังอยู่แล้ว
นี่แหละที่เรียกว่า Perception is Reality (สิ่งที่คนรับรู้คือความจริงของเขา) และมันเป็นบทเรียนที่แพงมากสำหรับหน่วยงานที่ไม่คิดจะสื่อสารให้ชัด
แต่เดี๋ยวก่อนนะ เรื่องนี้มันไม่ได้แค่เรื่องบันไดหรือหน่วยงานรัฐหรอก
เราว่าทุกคนเคยเป็นบันไดนี้มาแล้วทั้งนั้นแหละ ช่วงชีวิตที่ดูเหมือนทำอะไรไปแล้วไม่รู้จะไปต่อยังไง เรียนอยู่แล้วไม่รู้ว่าเรียนไปทำไม ทำงานอยู่แล้วไม่เห็นทางเติบโต ฝึกสกิลอะไรบางอย่างอยู่แล้วยังไม่เห็นผล ในสายตาคนนอก มันดูตัน มันดูงง มันดูเหมือนเสียเวลา
แต่ในความจริง มันแค่ยังไม่เสร็จ
ภาษาอังกฤษมีคำว่า Work In Progress (ย่อว่า WIP แปลตรงตัวว่างานที่กำลังดำเนินอยู่) และมันไม่ได้แปลว่าล้มเหลว มันแปลว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะตัดสิน ในวงการพัฒนาซอฟต์แวร์และ Startup มีแนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจมากชื่อว่า Embrace the Mess (โอบรับความไม่เรียบร้อย) เพราะระหว่างทางของทุกผลงานที่ยิ่งใหญ่มักผ่านช่วงที่ดูไม่น่าเชื่อถือมาก่อนเสมอ
Walt Disney โดนไล่ออกจากหนังสือพิมพ์เพราะถูกบอกว่า "ขาดจินตนาการและไม่มีไอเดียดี" ช่วงนั้นถ้าใครถ่ายรูปชีวิตเขา ก็คงได้ภาพบันไดตันเหมือนกัน
เพราะฉะนั้น ครั้งหน้าที่ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองดูตัน ดูงง ดูเหมือนทำอะไรไปก็ไม่รู้จะไปต่อยังไง ลองถามตัวเองดูว่า นี่กูล้มเหลวจริงหรือแค่ยังสร้างไม่เสร็จ
คำตอบมันต่างกันคนละโลกเลยนะ

ความคิดเห็น