เรามาคุยเรื่องลิงบาบูนกันสักหน่อยค่ะทุกคน
เรามาคุยเรื่องลิงบาบูนกันสักหน่อยค่ะทุกคน
ฟังดูเหมือนหัวข้อสารคดีเช้าวันอาทิตย์ที่เปิดมาปุ๊บคนกดรีโมตหนีไปดูการ์ตูนปั๊บ แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งดูถูกลิงค่ะ เพราะถ้าเอาพฤติกรรมจีบกันของลิงบาบูนมาวางเทียบกับมนุษย์ในร้านกาแฟหรือในแชตเมื่อไหร่ บอกเลยว่ากระจกแตกทั้งป่า ทั้งคาเฟ่ ทั้งไลน์ ไม่มีใครกล้าสบตาใคร
นักชีววิทยานั่งแอบส่องฝูงบาบูนเป็นปีๆ เพื่อดูว่าพวกนางจีบกันยังไง แล้วค้นพบความจริงอันน่าตกใจว่า...ลิงมันไม่ได้เดินเข้าไปพูดว่า "เป็นแฟนกันไหมคะ" ตั้งแต่วันแรก
โอ๊ย ไม่ค่ะคุณน้า
มันเริ่มจากการเดินผ่านบ่อยๆ นั่งใกล้ๆ ทำเป็นบังเอิญเจอกันตามจุดต่างๆ ของป่า
ฟังดูคุ้นไหม
ก็เหมือนมนุษย์ที่เข้าไปส่องสตอรี่วันละ 17 รอบ กดไลก์รูปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แล้วทำเป็นพิมพ์มาถามว่า "เอ๊ะ ใช่คนที่เคยเรียนที่เดียวกันไหมคะ"
แหม บังเอิญจนตำรวจยังไม่เชื่อ
บางตัวใช้เวลาเป็นวันๆ กว่าจะได้รับการยอมรับ
ส่วนมนุษย์บางคนใช้เวลาสามเดือนพิมพ์คำว่า "หวัดดี" แล้วลบ หวัดดี แล้วลบ หวัดดี แล้วลบ สุดท้ายส่งสติ๊กเกอร์หมามาแทน เพราะความกล้าหมดอายุไปก่อน
ที่ขำกว่านั้นคือ บาบูนมีเทคนิคที่นักวิจัยเรียกว่า friendship strategy หรือยุทธศาสตร์เพื่อนแสนดี
แปลเป็นภาษามนุษย์คือ
"กูจะอยู่ข้างเธอเสมอ"
"มีอะไรก็บอกได้นะ"
"พักผ่อนเยอะๆ นะ"
"กินข้าวหรือยัง"
"เขาไม่เหมาะกับเธอหรอก"
โอ๊ยยยยยยย
บทเพื่อนสนิทสายบุญคุณนี่เล่นกันทั้งป่าเลยค่ะ
ดูแล ห่วงใย ปกป้อง ไล่คู่แข่ง ทำตัวเป็น GPS ประจำชีวิต
แล้วพอคนถามว่า "ชอบเขาเหรอ"
ตอบทันที
"ไม่ค่ะ เป็นห่วงเฉยๆ"
เป็นห่วงจนคนทั้งหมู่บ้านคิดว่าแต่งงานกันแล้ว เหลือแค่เจ้าตัวที่ยังบอกว่าเป็นเพื่อน
ส่วนเรื่องการแข่งขันนี่ก็แซ่บ
หลายคนคิดว่าลิงตัวใหญ่ กล้ามแน่น จะชนะหมด
ไม่จริงค่ะ
ในโลกบาบูน สถานะ ความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการดูแลฝูง ก็มีผลเหมือนกัน
ฟังแล้วเหมือน LinkedIn มากกว่าป่าอีก
ตัวไหนดูมั่นใจ ดูมีเครดิต ดูเป็นที่พึ่งได้ ก็จะโดดเด่นขึ้นมา
ต่างกันแค่มนุษย์มีฟิลเตอร์ มีแอปแต่งรูป มีมุมกล้อง 47 องศา
ส่วนบาบูนต้องใช้หน้าจริง ชีวิตจริง ไม่มีโหมด Beauty ให้กด
นึกสภาพลิงยืนหน้ากระจกแล้วบอก
"ขอหน้าเรียว ตาโต ผิวฉ่ำวาวแบบสาวเกาหลีค่ะ"
ไม่ได้ค่ะน้อง เป็นลิงก็คือลิง
รับสภาพแล้วเดินต่อ
แล้วแน่นอนว่าเมื่อมีความรัก ก็ต้องมีความหึง
อันนี้ไม่ต้องเรียนวิวัฒนาการก็เดาได้
บาบูนตัวผู้ที่กำลังจีบใครอยู่ ถ้าเห็นคู่แข่งเข้ามาใกล้ก็เริ่มออกอาการ
ส่วนมนุษย์ก็มีเวอร์ชันของตัวเอง
"ใครอะ"
"รู้จักกันได้ไง"
"อ๋อ แค่ถามเฉยๆ"
ถามเฉยๆ แต่เข้าไปส่องเฟซ ส่องไอจี ส่องติ๊กต็อก ส่องญาติพี่น้อง ส่องยันหมาที่บ้านเขา
FBI ยังขอฝึกงาน
แต่ส่วนที่นักวิทยาศาสตร์ชอบมากที่สุด กลับไม่ใช่เรื่องกล้าม ไม่ใช่เรื่องความหล่อ ไม่ใช่เรื่องตำแหน่ง
พวกเขาพบว่าบาบูนที่มีความสัมพันธ์ดีกับสมาชิกในฝูง มักประสบความสำเร็จมากกว่าพวกที่ใช้แต่กำลัง
แปลเป็นภาษาคนง่ายๆ ว่า
ต่อให้หล่อเหมือนพระเอกซีรีส์ เดินช้าเป็นสโลว์โมชั่น มีเพลงประกอบดังอยู่ข้างหลัง
ถ้านิสัยเหมือนผักกาดดองบูด
สุดท้ายคนก็เผ่นหนีอยู่ดี
ในทางกลับกัน บางคนอาจไม่ได้โดดเด่นที่สุด ไม่ได้เก่งที่สุด ไม่ได้รวยที่สุด
แต่เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ
ไว้ใจได้
คุยแล้วไม่ปวดตับ
คนแบบนี้กลับไปได้ไกลกว่าที่หลายคนคิด
สรุปแล้วเรื่องลิงบาบูนสอนอะไรเรา
สอนว่าไม่ว่ามนุษย์จะสร้างอินเทอร์เน็ต AI จรวดอวกาศ หรือมือถือราคาเกือบแสนได้ก็ตาม
พอเจอคนที่ชอบจริงๆ
เราก็ยังกลับไปเป็นสิ่งมีชีวิตตัวเดิมที่แอบส่อง แอบเขิน แอบหึง แอบหวังว่าอีกฝ่ายจะตอบแชตเร็วขึ้นอยู่ดี
วิวัฒนาการพาเรามาไกลจากทุ่งหญ้าสะวันนา
แต่เรื่องความรักนี่เหมือนจะเดินวนอยู่ที่เดิม
เปลี่ยนแค่จากลิงใส่ขน
มาเป็นลิงใส่กางเกงเท่านั้นเองค่ะ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น