ถ้าคนคุยหรือคนปัจจุบันของทุกคน ยังไม่ลบรูปแฟนเก่าออกจากเฟซ จะคุยต่อมั้ย
กูไปเจอโพสต์ในเธรดอันนึงถามว่า
ตอนแรกเราอ่านก็คิดในหัวทันทีว่า โอ้โห คำถามนี้เหมือนกล่องปริศนาในการ์ตูนเลย เปิดมาไม่รู้จะเจอสมบัติหรือเจอระเบิดแบบโคโยตี้ในเรื่อง Looney Tunes
เพราะมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดมาก เราเห็น "รูปแฟนเก่า" แล้วสมองไม่ได้แปลผลว่า "ภาพถ่าย"
สมองแปลว่า
"ภัยคุกคาม"
ปุ๊บ
สมองเปิดโหมด FBI ทันที
"ทำไมยังไม่ลบ"
"ยังคิดถึงอยู่ไหม"
"ยังรักกันอยู่หรือเปล่า"
"หรือเดี๋ยวนะ...กูเป็นตัวประกอบ?"
ทั้งที่จริงบางคนไม่ได้ลบเพราะ...ขี้เกียจ
ใช่ ฟังดูตลก แต่ชีวิตจริงคนจำนวนมากมีรูปในมือถือเป็นหมื่นรูป และเฟซเป็นเหมือนห้องเก็บของใต้เตียง ตอนย้ายบ้านก็คิดว่าจะจัด สุดท้ายยัดเข้าไปแล้วปิดฝา
มนุษย์มีพลังวิเศษอย่างหนึ่งชื่อ "เดี๋ยวค่อยทำ"
เป็นสกิลระดับบอส
แต่เรื่องมันไม่จบตรงนั้น เพราะถ้าตอบแบบฉลาดนิดนึง คำถามจริงไม่ใช่ "ลบรูปหรือไม่ลบรูป"
คำถามจริงคือ
"เขาวางอดีตไว้ตรงไหน"
นี่ต่างหาก
เพราะอดีตมีสองแบบ
แบบแรกคือเก็บไว้เป็นประวัติชีวิต
เหมือนเรายังเก็บรูปตอนเด็กที่ตัดผมทรงกะละมัง ทั้งที่มองแล้วอยากแจ้งความช่างตัดผม
แบบที่สองคือเก็บไว้เป็นห้องลับในใจ
อันนี้เริ่มน่าคิด
มันเหมือนคำอังกฤษคำหนึ่งคือ Moving on (ก้าวต่อไป) ซึ่งคนชอบเข้าใจผิดว่าต้องลืมทุกอย่าง
จริง ๆ มันไม่ใช่การลบไฟล์
แต่มันคือการเปลี่ยนตำแหน่งไฟล์
จาก "หน้าจอหลัก" ไปอยู่ใน "คลังเก็บ"
เหมือนหนังสือเล่มเก่าบนชั้น
ไม่ได้โยนทิ้ง แต่ไม่ได้เปิดอ่านทุกคืน
เราเคยอ่านวรรณกรรมหลายเรื่องชอบเล่นกับเรื่องนี้มาก อย่างคนชอบย้อนหาอดีต สุดท้ายไม่ได้ติดอยู่กับคนเก่า แต่ติดอยู่กับ "ตัวเองในอดีต"
อันนี้โคตรน่ากลัว
เพราะบางทีเราไม่ได้คิดถึงคนคนหนึ่ง
เราคิดถึงตัวเราในวันที่มีความสุข
ต่างกันมาก
ทีนี้ถ้าเป็นเรา จะคุยต่อมั้ย?
ตอบแบบเกรียนแต่จริงคือ
ยังคุยต่อ
แต่จะดู "พฤติกรรม" มากกว่า "พิพิธภัณฑ์ภาพถ่าย"
ถ้ายังมีรูปแฟนเก่า แต่ชีวิตปัจจุบันชัดเจน ให้เกียรติ และทำให้เรารู้สึกมั่นคง ก็โอเค
แต่ถ้ายังมีรูปแฟนเก่า แล้ววัน ๆ นั่งแชร์เพลงเศร้า โพสต์ว่า "บางคนยังอยู่ในใจเสมอ" เปิดโหมดพระเอกอนิเมะยืนตากฝนมองท้องฟ้า
อันนี้เริ่มไม่ใช่รูปแล้ววะ
อันนี้คือหนังภาคต่อ
และเราไม่รู้ว่าทุกคนกำลังสมัครเป็นนักแสดงนำ หรือสมัครเป็นตัวประกอบ
สรุปข่าวชีวิตขั้นต้น
* รูปแฟนเก่าไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
* สิ่งสำคัญกว่าคือเขาปฏิบัติกับปัจจุบันยังไง
* คนที่โตแล้วไม่ได้ลบอดีตเสมอไป แต่รู้ว่าอะไรควรอยู่ตรงไหน
* Trust the pattern (ดูรูปแบบพฤติกรรมมากกว่าดูเหตุการณ์ครั้งเดียว) เพราะคนพูดพลาดได้ แต่พฤติกรรมมักพูดความจริงนานกว่า
บางทีสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่รูปแฟนเก่าในเฟซ
แต่มันคือเราไปสร้างหนังทั้งจักรวาลจากรูปเดียว
แล้วสุดท้ายผู้กำกับที่พาเราดราม่าหนักที่สุด
คือสมองเราเอง


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น