เราต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตโดยมีเงื่อนไขกับความสุขเสมอ
ก่อนอื่น เราต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตโดยมีเงื่อนไขกับความสุขเสมอ เรามักบอกตัวเองว่า "ถ้ามีเงินมากกว่านี้ ฉันจะมีความสุข" "ถ้าได้งานที่ดีกว่านี้ ฉันจะมีความสุข" "ถ้าเขารักฉัน ฉันจะมีความสุข" หรือ "ถ้าประสบความสำเร็จเมื่อไหร่ ชีวิตคงสมบูรณ์"
ความสุขจึงถูกเลื่อนออกไปอยู่ในอนาคต เหมือนอยู่หลังประตูอีกบานหนึ่งที่เราต้องวิ่งไปเปิดให้ได้
แต่เมื่อไปถึง เรากลับพบว่าประตูบานนั้นเปิดไปสู่ประตูอีกบานหนึ่งเสมอ
เมื่อมีเงิน ก็อยากมีมากขึ้น เมื่อได้ตำแหน่ง ก็อยากได้ตำแหน่งที่สูงกว่า เมื่อมีบ้าน ก็อยากได้บ้านที่ใหญ่กว่า เมื่อมีคนรัก ก็เริ่มกลัวการสูญเสียหรือเริ่มคาดหวังในความสัมพันธ์มากขึ้น ความต้องการใหม่ค่อยๆ เข้ามาแทนที่ความสุขเดิมอย่างเงียบๆ
นี่ไม่ใช่เพราะชีวิตโหดร้าย หรือเพราะเรามีความโลภมากกว่าคนอื่น แต่เป็นธรรมชาติของจิตใจมนุษย์ สมองของเราปรับตัวเก่งอย่างน่าทึ่ง สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นความฝัน เมื่อได้มาครอบครองไม่นาน มันก็กลายเป็นเรื่องธรรมดา เราเริ่มคุ้นชินกับสิ่งที่มี และสายตาก็หันไปมองสิ่งที่ยังไม่มีแทน นี่คือเหตุผลที่หลายคนประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับไม่ได้มีความสุขมากขึ้นตามไปด้วย
หลายคนจึงใช้ชีวิตเหมือนกำลังวิ่งบนสายพาน วิ่งเต็มแรงแต่ไม่เคยไปถึงปลายทาง เพราะเส้นชัยที่คิดว่ารออยู่ข้างหน้า แท้จริงแล้วไม่มีอยู่จริง มีเพียงจุดเริ่มต้นของความอยากครั้งต่อไปเท่านั้น
ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรมีความฝันหรือหยุดพัฒนาตัวเอง การมีเป้าหมายเป็นเรื่องดี เพราะมันทำให้ชีวิตมีทิศทาง แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเราเอาความสุขทั้งหมดไปผูกไว้กับการไปถึงเป้าหมายนั้น จนลืมใช้ชีวิตระหว่างทาง
บางครั้งเราต้องถามตัวเองว่า ถ้าวันนี้ทุกอย่างยังไม่สมบูรณ์ เราอนุญาตให้ตัวเองมีความสุขได้หรือไม่
ความสุขที่มั่นคงจึงไม่ใช่สิ่งที่รออยู่ปลายทาง แต่มันคือวิธีที่เรามองโลกในแต่ละวัน มันอยู่ในเช้าวันธรรมดาที่เราได้ลืมตาตื่นขึ้นมาและยังมีโอกาสใช้ชีวิต อยู่ในอาหารมื้อเรียบง่ายที่ได้กินพร้อมคนที่รัก อยู่ในงานที่แม้บางวันจะน่าเบื่อ แต่ก็ยังเป็นงานที่ทำให้เราได้เติบโต อยู่ในบทสนทนาสั้นๆ กับคนใกล้ตัว หรือแม้แต่ช่วงเวลาที่เราได้นั่งเงียบๆ กับตัวเอง
ความสุขแบบนี้ไม่ได้หวือหวา ไม่มีเสียงปรบมือ ไม่มีเหรียญรางวัล ไม่มีตัวเลขในบัญชีมารับรอง และอาจไม่มีใครกดไลก์หรือแชร์ให้ด้วยซ้ำ แต่มันเป็นความสุขที่แท้จริง เพราะมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าโลกภายนอกจะมอบอะไรให้เรา หากเกิดจากใจที่รู้จักพอ รู้จักขอบคุณ และรู้จักเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้า
เมื่อเราเลิกเชื่อว่าความสุขอยู่ "อีกฝั่งหนึ่ง" ของชีวิต เราจะค้นพบว่ามันไม่ได้อยู่ไกลเลย มันอยู่ตรงนี้ ในลมหายใจปัจจุบัน ในคนที่ยังอยู่ข้างๆ ในเรื่องธรรมดาที่เราเคยมองข้าม และในหัวใจที่หยุดวิ่งไล่ตามสิ่งที่ไม่มี แล้วหันกลับมามองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่แล้วในวันนี้.


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น