เมื่อคืนเลื่อนเธรดไปเรื่อย ๆ แล้วสะดุดโพสต์หนึ่ง
เมื่อคืนเลื่อนเธรดไปเรื่อย ๆ แล้วสะดุดโพสต์หนึ่ง
เจ้าของโพสต์เล่าว่าตัวเองขยายตู้ปลามาสี่รอบ เพื่อปลาหางนกยูงตัวเดียว จากตู้เล็กมาตู้ใหญ่ ใส่กรอง ใส่ไฟ จัดไม้น้ำอย่างดี แต่พอตั้งตู้ที่สี่เสร็จ ปลาตัวนั้นก็ตาย เหลือไว้แค่ตู้สวย ๆ กับปลาอีกสิบกว่าตัวที่ว่ายอยู่ ซึ่งไม่มีตัวไหนเป็น "ตัวนั้น" อีกแล้ว
อ่านจบแล้วนั่งเงียบอยู่พักหนึ่ง
มันไม่ใช่แค่เรื่องปลา มันคือเรื่องที่มนุษย์ชอบอัปเกรดสิ่งรอบข้างเพื่อรักษาสิ่งที่รัก แล้วลืมไปว่าชีวิตไม่ได้ต่ออายุด้วยงบประมาณ เปลี่ยนการ์ดจอได้ แต่เปลี่ยนอายุขัยไม่ได้ ปลาหางนกยูงมีชีวิตเฉลี่ยสองถึงสามปี ธรรมชาติไม่ได้เซ็นสัญญาว่าถ้าตู้ใหญ่พอมันจะอยู่กับเราตลอดไป
และนั่นแหละที่เจ็บที่สุด ไม่ใช่การทำผิด แต่คือการทำดีที่สุดแล้วยังเสียไป
นึกถึง Up ของพิกซาร์ คุณปู่คาร์ลเก็บเงินมาทั้งชีวิตเพื่อพาภรรยาไปผจญภัย แต่วันที่ทุกอย่างพร้อม คนที่อยากไปด้วยไม่อยู่แล้ว ความเศร้าไม่ได้มาจากความยากจนหรือความล้มเหลว มันมาจาก "ทุกอย่างพร้อม ยกเว้นเวลา"
ตู้ปลาใบที่สี่เลยไม่ใช่แค่ตู้ปลา มันคือหลักฐานของความพยายาม ความหวัง และบทสนทนาเงียบ ๆ ที่เคยมีระหว่างคนกับปลาตัวหนึ่ง พอเจ้าของความหมายหายไป วัตถุเดิมก็ดูว่างเปล่าไปด้วยอย่างอธิบายไม่ถูก
ประโยคท้ายโพสต์บอกว่า "ฉันไม่รู้สึกรักปลาหางนกยูงตัวไหนได้อีก"
หลายคนอาจคิดว่าแปลก แต่มันไม่แปลกเลย สมองมันแค่กระซิบว่าอย่ารักลึกอีกเลย เดี๋ยวเจ็บซ้ำ คล้ายคนที่เคยเสียหมา เสียแมว เสียคนสำคัญ แล้วอยู่ดี ๆ ก็ไม่กล้าเริ่มต้นใหม่อีกพักใหญ่ ไม่ใช่ใจแข็ง แต่เป็นแค่กลไกป้องกันตัวเองที่ทำงานหนักเกินไป
แต่ความรักมันไม่ได้มีโควต้า รักตัวใหม่ไม่ได้แปลว่าทรยศตัวเก่า นักบำบัดหลายคนพูดว่าการไว้ทุกข์ที่สมบูรณ์ไม่ใช่การลืม แต่คือการพกความทรงจำเดิมไปพร้อมกับยังเปิดพื้นที่ให้ความสัมพันธ์ใหม่เกิดได้ วันหนึ่งอาจแค่นั่งดูปลาตัวอื่น แล้วค่อย ๆ จำได้ว่าการให้อาหารตอนเช้า การนั่งดูมันไล่กัน การลุ้นลูกปลาตัวจิ๋ว มันก็ยังขยับหัวใจอยู่ดี
โพสต์นั้นทำให้ฉุกคิดขึ้นมาว่าหลายคนกำลังสร้างตู้ใบที่สี่อยู่ อัปเกรดบ้าน รถ งาน พอร์ตลงทุน ด้วยความเชื่อว่าอีกนิดแล้วค่อยใช้เวลากับคนที่รัก ซึ่งไม่ผิดหรอก แต่บางทีสิ่งที่คนที่เรารักต้องการอาจไม่ใช่ตู้ที่ใหญ่ที่สุด
มันอาจแค่อยากให้นั่งดูปลาด้วยกัน ก่อนที่เวลาจะหมด
ฟังดูเหมือนบทพูดพระเอกหนังอินดี้ แต่แม่งจริง
ปรัชญา Memento Mori ไม่ได้สอนให้เราหม่นหมอง มันแค่เตือนว่าตอนที่ปลายังว่าย ตอนที่พ่อแม่ยังโทรมา ตอนที่เพื่อนยังชวนกินข้าว ตอนที่คนรักยังบ่นเรื่องเดิม ๆ ช่วงเวลาพวกนั้นมีค่ากว่าที่คิด เพราะวันหนึ่งเราจะคิดถึงแม้กระทั่งเสียงบ่น
เจ้าของโพสต์อาจรู้สึกว่าทำทุกอย่างสูญเปล่า แต่ในโลกที่คนจำนวนมากกลัวการผูกพันจนไม่กล้ารักอะไรเลย การเคยรักจนยอมขยายตู้ถึงสี่รอบ มันไม่ใช่ความพ่ายแพ้
มันคือหลักฐานว่าเคยมีสิ่งหนึ่งที่ถูกรักอย่างเต็มที่ แค่นั้นพอแล้ว


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น