MAN'S SEARCH FOR MEANING BY VIKTOR FRANKL – MY FAVORITE IDEAS ANIMATED
สำหรับวันนี้เราอยากมาเล่าเรื่องวิดีโอหนึ่งที่เพิ่งดูจบ แล้วรู้สึกว่ามันเป็นคลิปที่เรียบง่าย แต่ทิ้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับ "ความหมายของชีวิต" เอาไว้ได้ดีมาก ชื่อวิดีโอคือ MAN'S SEARCH FOR MEANING BY VIKTOR FRANKL – MY FAVORITE IDEAS ANIMATED
ซึ่งเป็นการสรุปและถ่ายทอดแนวคิดจากหนังสือ ชีวิต...ความหมาย...และค่ายกักกัน ของ ดร. Viktor Frankl ให้ออกมาเข้าใจง่ายขึ้น ดูเพลินขึ้น และเข้าถึงคนทั่วไปได้มากกว่าการอ่านหนังสือเล่มเต็ม
Victor Frankl เป็นจิตแพทย์ชาวออสเตรีย ผู้รอดชีวิตจากค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ประสบการณ์อันโหดร้ายที่เขาเผชิญทำให้เขาพัฒนาวิธีการบำบัดที่เรียกว่า "โลโกเธอราปี" (Logotherapy) ซึ่งแตกต่างจากแนวทางจิตบำบัดทั่วไป
เพราะแทนที่จะมุ่งวิเคราะห์อาการป่วยทางจิตเพียงอย่างเดียว เขากลับให้ความสำคัญกับ "ความหมายของชีวิต" และมิติทางจิตวิญญาณของมนุษย์ เขาเชื่อว่า แม้มนุษย์จะไม่สามารถควบคุมทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ แต่เรายังสามารถเลือกท่าทีและวิธีตอบสนองต่อเหตุการณ์เหล่านั้นได้เสมอ
ประเด็นสำคัญที่วิดีโอนำเสนอคือ ระหว่าง "สิ่งเร้า" (Stimuli) กับ "การตอบสนอง" (Response) จะมีพื้นที่เล็ก ๆ ที่เราใช้เลือกได้ว่าจะตอบสนองอย่างไร
ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าเราทำจานตกแตก สิ่งที่เกิดขึ้นคือข้อเท็จจริง แต่หลังจากนั้นเราจะเลือกโมโห ด่าตัวเอง โทษคนอื่น หรือหัวเราะแล้วเรียนรู้ที่จะระวังมากขึ้นในครั้งหน้า นั่นคือสิ่งที่เราเลือกได้ แม้เหตุการณ์เดียวกัน คนสองคนก็อาจตอบสนองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะความสุขหรือความทุกข์ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์เพียงอย่างเดียว แต่มาจากความหมายที่เรามอบให้กับเหตุการณ์นั้นด้วย
ผู้สร้างวิดีโอยังเล่าเรื่องในวัยเด็กของตัวเองว่า เขาเคยไปอาศัยอยู่กับป้าที่มีฐานะยากจน รายได้หลักมาจากเงินบำนาญ เด็กคนอื่นมีขนม มีของกินอร่อย ๆ แต่เขาไม่มีโอกาสแบบนั้น จนวันหนึ่งมีร้านขายน้ำมะนาวเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ เก็บขวดเปล่าไปขายแลกเงิน เขาจึงสามารถเก็บเงินซื้อเบเกอรี่ที่ตัวเองอยากกินได้
สำหรับเด็กคนนั้น เบเกอรี่ชิ้นเล็ก ๆ กลับเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กที่โชคดีที่สุดในโลก ทั้งที่เมื่อมองจากภายนอก ชีวิตของเขาแทบไม่มีอะไรหรูหราเลย
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ชีวิตของเขาดีขึ้น มีเงินมากขึ้น สามารถนั่งกินสเต็กราคากว่าร้อยเหรียญได้ สิ่งที่น่าสนใจคือ วันหนึ่งเขากลับรู้สึกหงุดหงิด เพราะสเต็กที่สั่งมาเป็นระดับมีเดียมแรร์ ทั้งที่เขาต้องการมีเดียม เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็ทำให้มื้ออาหารทั้งมื้อหมดความสุขไป
เรื่องนี้สะท้อนอะไรบางอย่างได้ชัดเจน คนคนเดียวกันที่ครั้งหนึ่งเคยมีความสุขอย่างล้นเหลือกับเบเกอรี่จากเงินที่เก็บขวดขาย กลับกลายเป็นคนที่ไม่มีความสุขกับอาหารราคาแพงเพียงเพราะระดับความสุกของเนื้อไม่ตรงใจ
นั่นแปลว่า ความสุขไม่ได้เพิ่มขึ้นตามฐานะหรือความสะดวกสบายของชีวิตเสมอไป เพราะเมื่อมาตรฐานของเราสูงขึ้น ความคาดหวังก็มักจะสูงขึ้นตาม และสิ่งที่เคยทำให้เราตื่นเต้นในอดีต ก็อาจกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่เราไม่เห็นคุณค่าอีกต่อไป
แนวคิดของ Frankl จึงชวนให้เรากลับมาตั้งคำถามว่า เราจะปล่อยให้สิ่งเร้าภายนอกเป็นผู้กำหนดอารมณ์ของเราทั้งหมด หรือเราจะเลือกวิธีตอบสนองด้วยตัวเอง
เราอาจไม่สามารถเลือกได้ว่าชีวิตจะเจอเรื่องดีหรือร้ายมากแค่ไหน แต่เรายังเลือกได้ว่าจะมองมันอย่างไร จะเรียนรู้อะไรจากมัน และจะปล่อยให้มันพรากความสุขไปจากเราหรือไม่
บางครั้ง ความสุขไม่ได้อยู่ในวันที่เรารวยกว่าเดิม มีชื่อเสียงกว่าเดิม หรือประสบความสำเร็จมากกว่าเดิม แต่อยู่ที่ความสามารถในการเห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และการเลือกตอบสนองต่อชีวิตด้วยหัวใจที่ยังรู้สึกขอบคุณกับสิ่งเล็ก ๆ ได้เหมือนในวันที่เราเคยมีน้อยที่สุด

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น